“แพปลาทศนิยม (Seafood Market)”
การคูณทศนิยมในชีวิตประจำวัน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนบ้านบางสำโรง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1
1. ความเป็นมาและแนวคิดของการจัดการเรียนรู้
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
- อธิบายวิธีการคูณทศนิยมกับจำนวนนับโดยการตั้งคูณได้ถูกต้อง
- หาผลลัพธ์จากโจทย์การคูณทศนิยมกับจำนวนนับได้ถูกต้อง
- วิเคราะห์สถานการณ์และเลือกวิธีการคำนวณที่เหมาะสม
- ตรวจสอบความถูกต้องและความสมเหตุสมผลของคำตอบ
- สื่อสารและอธิบายวิธีคิดร่วมกับเพื่อนในกลุ่มได้
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ “คิดเร็ว คิดสนุก”
ขั้นที่ 2 ค้นพบวิธีคิดจากการบวกซ้ำ
= 4 + 1.6 + 0.12
= 5.72
4. กิจกรรมหลัก “ชวนคิด พิชิตแพปลา”
5. การใช้คำถามกระตุ้นการคิด
6. เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับชีวิตจริง
7. ภารกิจ “นักคำนวณประจำแพปลา”
8. กิจกรรม “ตลาดเปิด – นักเรียนเป็นผู้ขายและนักคณิตศาสตร์”
9. การฝึกทักษะรายบุคคล
10. การสะท้อนคิดและสรุปบทเรียน
11. การวัดและประเมินผล
12. จุดเด่นของการจัดการเรียนรู้
13. ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
ผู้สอน : นางสาวรุ่งฤดี หนูม่วง
การจัดการเรียนรู้ครั้งนี้เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ทศนิยม โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ในหัวข้อ “การคูณทศนิยมในชีวิตประจำวัน” ซึ่งจัดการเรียนรู้เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569
แนวคิดสำคัญของกิจกรรม คือ การนำความรู้เรื่องการคูณทศนิยมมาเชื่อมโยงกับสถานการณ์ใกล้ตัวของนักเรียน โดยจำลองบรรยากาศ “แพปลาทศนิยม (Seafood Market)” ให้เป็นตลาดอาหารทะเลที่นักเรียนสามารถสวมบทบาทเป็นผู้ซื้อ ผู้ขาย และนักคณิตศาสตร์ เพื่อใช้คณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาจากสถานการณ์จริง
กิจกรรมเน้นให้นักเรียน อ่านและวิเคราะห์ข้อมูล วางแผนเลือกวิธีคำนวณ ลงมือคำนวณ ตรวจสอบความสมเหตุสมผล และสื่อสารวิธีคิดของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับสาระสำคัญของบทเรียน
เมื่อสิ้นสุดกิจกรรม นักเรียนสามารถ
ครูเริ่มต้นบทเรียนด้วยกิจกรรม Quick Math Challenge เพื่อทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับการบวกและการลบทศนิยม โดยให้นักเรียนช่วยกันหาคำตอบจากโจทย์จำนวน 10 ข้อ กิจกรรมช่วงนี้ช่วยสร้างความพร้อมก่อนเข้าสู่เนื้อหาใหม่ และกระตุ้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้นบทเรียน
ครูนำบัตรโจทย์มาให้นักเรียนพิจารณา เช่น 4 × 1.43 จากนั้นให้นักเรียนมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างการคูณกับการบวกซ้ำ และการกระจายจำนวนตามค่าประจำหลัก นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่า
4 × 1.43 = 4 × (1 + 0.4 + 0.03)
ก่อนเชื่อมโยงไปสู่การตั้งคูณในแนวตั้ง ทำให้นักเรียนไม่ได้เพียงจำขั้นตอน แต่เข้าใจที่มาของวิธีการคำนวณ
ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน และนำเข้าสู่สถานการณ์จำลอง “แพปลาทศนิยม (Seafood Market)” ภายในกิจกรรมมีสื่อ ได้แก่ ป้ายแพปลาทศนิยม ถาดอาหารทะเล บัตรโจทย์ ตาชั่งคณิตศาสตร์จำลอง ช่องบันทึกคำตอบ ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านสถานการณ์ที่เป็นรูปธรรมและใกล้เคียงกับชีวิตจริง
ครูไม่ได้บอกวิธีทำทันที แต่ใช้คำถามเพื่อให้นักเรียนวิเคราะห์สถานการณ์ เช่น “ถ้านักเรียนซื้อกุ้ง 2 กิโลกรัม นักเรียนคิดว่าจะต้องจ่ายเงินทั้งหมดกี่บาท” จากนั้นให้นักเรียนพิจารณาว่า เรารู้อะไรจากโจทย์ 250.50 หมายถึงอะไร 2 หมายถึงอะไร โจทย์ต้องการหาอะไร ควรใช้การบวกหรือการคูณ เพราะเหตุใด นักเรียนจึงได้ฝึกวิเคราะห์ข้อมูลก่อนลงมือคำนวณ และคาดการณ์ประโยคสัญลักษณ์ 250.50 × 2
ครูให้นักเรียนค้นพบความสัมพันธ์ว่า
ราคาต่อ 1 กิโลกรัม × จำนวนกิโลกรัม = ราคาที่ต้องจ่ายทั้งหมด
จากนั้นให้นักเรียนทดลองหาคำตอบ เช่น
250.50 × 2 = 501.00 บาท
และตรวจสอบคำตอบด้วยการบวกซ้ำ
250.50 + 250.50 = 501.00
กิจกรรมนี้ช่วยให้นักเรียนเห็นว่า “การคูณทศนิยม” ไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลขในแบบฝึกหัด แต่สามารถนำไปใช้ในการซื้อขายและคำนวณค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้จริง
นักเรียนแต่ละกลุ่มแบ่งบทบาทหน้าที่เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วม ได้แก่
คนที่ 1 : ผู้จัดการแพปลา อ่านบัตรโจทย์และทำความเข้าใจสถานการณ์
คนที่ 2 : เจ้าหน้าที่ชั่ง อ่านน้ำหนักจากตาชั่งคณิตศาสตร์จำลองหรือกำหนดน้ำหนักตามโจทย์
คนที่ 3 : นักคำนวณ เขียนประโยคสัญลักษณ์และตั้งคูณ
คนที่ 4 : ผู้ตรวจสอบ ตรวจวิธีทำ คำตอบ และความสมเหตุสมผล
ทั้งนี้ นักเรียนทุกคนต้องร่วมกันคิดและช่วยกันแก้ปัญหา ไม่ได้ทำงานเฉพาะหน้าที่ของตนเอง กระบวนการแก้โจทย์ที่นักเรียนใช้ ได้แก่
อ่านโจทย์ → วิเคราะห์ข้อมูล → เขียนประโยคสัญลักษณ์ → ตั้งคูณ → หาคำตอบ → ตรวจสอบ → สรุปคำตอบ
ตัวอย่างเช่น
250.50 × 3 = 751.50 บาท
และตรวจสอบด้วย
250.50 + 250.50 + 250.50 = 751.50
เมื่อผ่านภารกิจการคำนวณแล้ว นักเรียนแต่ละกลุ่มเข้าสู่กิจกรรม “ตลาดเปิด – นักเรียนเป็นผู้ขายและนักคณิตศาสตร์” นักเรียนเลือกซื้อสินค้าอาหารทะเลตามสถานการณ์ที่กำหนด แล้วนำข้อมูลไปเขียน “ใบสั่งซื้อจากแพปลาทศนิยม” พร้อมคำนวณราคาสินค้าและยอดรวม ตัวแทนของแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ขณะที่เพื่อนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง กิจกรรมนี้ทำให้นักเรียนได้ฝึกทั้ง การคำนวณ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกัน การสื่อสาร และการนำเสนอ
หลังจากเรียนรู้ผ่านกิจกรรมกลุ่ม นักเรียนทำใบงานเรื่อง “การคูณทศนิยมกับจำนวนนับโดยการตั้งคูณ” เป็นรายบุคคล เพื่อให้นักเรียนได้นำความรู้จากกิจกรรมมาประยุกต์ใช้กับโจทย์ด้วยตนเอง โดยครูทำหน้าที่ให้คำแนะนำและกระตุ้นการคิด
ช่วงท้ายของบทเรียน ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ว่า
การคูณทศนิยมกับจำนวนนับโดยการตั้งคูณ ใช้หลักการเดียวกับการคูณจำนวนนับ โดยคำนึงถึงค่าประจำหลักของทศนิยม และเชื่อมโยงกับสถานการณ์จริงว่า
ราคาต่อกิโลกรัม × จำนวนกิโลกรัม = ราคาที่ต้องจ่าย
จากนั้นนักเรียนตอบคำถามสะท้อนคิด เช่น วันนี้ฉันเรียนรู้อะไร ขั้นตอนใดที่ฉันทำได้ดีที่สุด ขั้นตอนใดที่ยังต้องฝึก เราสามารถใช้การคูณทศนิยมในชีวิตประจำวันเรื่องใดได้อีก
การประเมินครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการ และพฤติกรรม โดยใช้ใบงาน กิจกรรมฝึกทักษะ การสังเกตการนำเสนอ การประเมินการทำงานรายบุคคล การทำงานกลุ่ม และการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน นอกจากนี้ ยังมีการประเมินทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ การแก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และการคิดสร้างสรรค์
จุดเด่นของกิจกรรม “แพปลาทศนิยม” คือการเปลี่ยนเนื้อหาที่เป็นนามธรรมให้กลายเป็นสถานการณ์ที่นักเรียนสามารถ มองเห็น จับต้อง ทดลอง คำนวณ และนำไปใช้ได้จริง นักเรียนไม่ได้เรียนรู้เพียงว่า “ทศนิยมคูณอย่างไร”
แต่ได้เรียนรู้ว่า “เราจะใช้ทศนิยมเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างไร” ผ่านการจำลองสถานการณ์ร้านอาหารทะเล การอ่านราคา การกำหนดน้ำหนัก การคำนวณราคาสินค้า การเขียนบิล การตรวจสอบคำตอบ และการนำเสนอผลงาน จึงเป็นการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง คณิตศาสตร์กับชีวิตประจำวัน และเปิดโอกาสให้นักเรียนมีบทบาทเป็นผู้ลงมือปฏิบัติจริง
จากการจัดกิจกรรม นักเรียนได้พัฒนาทั้งด้านความรู้และทักษะ โดยเฉพาะการคำนวณทศนิยม การวิเคราะห์โจทย์ การแก้ปัญหา การตรวจสอบคำตอบ และการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ นอกจากนี้ นักเรียนยังได้ฝึกคุณลักษณะด้าน มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน ซึ่งเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้