จากลำไผ่ สู่ก้าวใหม่ที่ยั่งยืน “ไผ่นวดเท้า สืบสานภูมิปัญญา เพื่อพัฒนาสุขภาพ”

จากต้นไผ่ธรรมดาที่เติบโตเคียงคู่วิถีชีวิตของชุมชนตะเคียนหลบฟ้า ได้รับการหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในการเรียนรู้ในห้องเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านตะเคียนหลบฟ้า จังหวัดตรัง โดยต่อยอดจาก "เรื่องเล่าอาชีพเก็บใบไผ่ขาย" สู่กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการคิด วิเคราะห์ สืบค้น และลงมือปฏิบัติจริงอย่างสร้างสรรค์และน่าสนใจ ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยคุณครูเพ็ญนภา สองสา ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ผู้บูรณาการการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาการงานอาชีพเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างลงตัว เปลี่ยนเรื่องราวของอาชีพในชุมชนให้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างองค์ความรู้ และต่อยอดสู่การพัฒนา "นวัตกรรมไผ่นวดเท้าเพื่อสุขภาพ" ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้จากรากฐานของชุมชน สามารถสร้างคุณค่าและนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง นักเรียนได้ลงมือคิด ลงมือทำและเรียนรู้จากบริบทจริงของชุมชนบ้านตะเตียนหลบฟ้า ผ่านการตั้งคำถามและการค้นคว้า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านตะเตียนหลบฟ้าไม่ใช่เพียงการรับฟังความรู้แต่เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงที่เชื่อมโยงชีวิตกับบทเรียนอย่างแท้จริง การจัดการเรียนรู้ดังกล่าวอาศัยหลักสูตรท้องถิ่นจังหวัดตรัง ภายใต้กรอบหลักสูตรโครงงานนวัตกรรมชุมชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาครูแกนนำและนักจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาระบบนิเวศทางการเรียนรู้ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แนวคิดและกระบวนการเหล่านี้เกิดจากโอกาสที่ครูเพ็ญนภา สองสา ได้เข้าร่วมเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2 ก่อนนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและชุมชน ส่งผลให้ห้องเรียนกลายเป็นพื้นที่บ่มเพาะปัญญา สร้างทักษะชีวิตและจุดประกายการเห็นคุณค่าท้องถิ่นอันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในอนาคต
“โครงงานนวัตกรรมชุมชน” คือ กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Learning) โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษาประเด็นปัญหามีอยู่ในท้องถิ่นผ่านการตั้งคำถาม การสืบค้นข้อมูล การลงพื้นที่ศึกษา การเรียนรู้ที่หยั่งรากจากผืนแผ่นดินของชุมชน เติบโตจากการลงมือคิด ลงมือทำ และการเรียนรู้ร่วมกับผู้คน วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ที่ตอบโจทย์ชุมชน พร้อมปลูกฝังให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของบ้านเกิด โครงงานจึงไม่ใช่เพียงผลงานหรือชิ้นงานที่สร้างขึ้นแต่เป็นแหล่งระดมสมองพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ความคิด เป็นหัวใจสำคัญในการฝึกทำและฝึกแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบผ่านสถานการณ์จริงในชุมชน เช่น "ไผ่ดี...ที่ตะเคียนหลบฟ้า" ที่นักเรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่ที่มาจากวิถีของคนในชุมชน นำสิ่งที่มีอยู่ในชุมชนเพื่อพัฒนาและดูแลสุขภาพของคนในชุมชน สะท้อนการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า ทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างอาชีพและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งหล่อหลอม ปลูกฝัง สร้างจิตสำนึกให้ผู้เรียนเห็นความหมายของการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงชีวิตจริงได้เป็นหนึ่งเดียว
"ความสำคัญของโครงงานนวัตกรรมชุมชน" เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวมใน ทุกด้าน ทั้งด้านความรู้ ทักษะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21 นักเรียนได้ฝึกการคิดเชิงวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และการใช้ทักษะชีวิตแก้ปัญหา ขณะเดียวกันชุมชนก็ได้รับประโยชน์จากองค์ความรู้ใหม่ แนวคิดสร้างสรรค์และพลังของเยาวชน ทำให้โรงเรียนชุมชนและห้องเรียนกลายเป็นระบบนิเวศทางการเรียนรู้ที่เกื้อหนุนกันอย่างแท้จริง โครงงานนวัตกรรมชุมชนยังสามารถบูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนการสอนได้หลากหลายกลุ่มสาระโดยเฉพาะกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาเพื่อศึกษาอัตลักษณ์ท้องถิ่น เศรษฐกิจชุมชนและความพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงบนพื้นฐานสุขภาพที่ดี กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยผ่านการเขียนสื่อสาร เขียนเล่าเรื่อง การสัมภาษณ์ และการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ในการวัดขนาด การวัดความยาวของไม้ไผ่ การออบแบบผลงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการใช้ท่าในการออกกำลังกาย การเคลื่อนไหวทักษะการปฏิบัติกิจกรรมทางกาย ที่นำมาใช้ในการใช้ไผ่นวดเท้าเพื่อสุขภาพ กลุ่มสาระสังคมศึกษา ในเรื่องการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพเพื่อการสำรวจอาชีพสู่การพัฒนาทักษะอาชีพและอธิบายเหตุผลขั้นตอนการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการ การเรียนรู้ผ่านโครงงานนวัตกรรมชุมชนจึงเป็นยิ่งกว่าการสอนทั่วไปและเชื่อว่า “ทุกก้าวที่ลงมือทำ คือทุกบทเรียนที่มีค่า"แต่เป็นการใช้ตุ้นและปลูกฝังจิตสำนึกให้ผู้เรียนรักบ้านเกิด รักธรรมชาติและท้องถิ่นใกล้ตัวและรักสุขภาพของตนเองและรักทุกคนในที่สุด
กระบวนการจัดการเรียนการสอน
6 แผนการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน
การจัดการเรียนการสอนในครั้งนี้ออกแบบแนวคิดที่เชื่อว่า หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ คือ การเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Learning) ร่วมกับการลงมือปฏิบัติ (Learning by Doing) ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ โครงงานนวัตกรรมชุมชน (Community Innovation Project) โดยมีครูทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ผ่านโครงงานนวัตกรรม ซึ่งเชื่อมโยงห้องเรียนเข้ากับชีวิตจริงของชุมชน โครงงานนวัตกรรมชุมชนดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกคิด ฝึกค้นคว้า ฝึกลงมือปฏิบัติและเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านประสบการณ์ตรง โดยยึดบริบทชุมชนเป็นฐานสำคัญ การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางนี้ดำเนินไปอย่างเป็นระบบผ่าน 6 ขั้นตอน“สำรวจถิ่นฐาน สร้างงานนวัตกรรม” โดยประกอบด้วย 6 แผนการจัดการเรียนรู้ ดังนี้
แผนที่ 1 ประเมินความคิดของผู้เรียน
คำถามจากครูนักเรียนรู้อะไรบ้าง
1.
คุณครูใช้คำถามกระตุ้นนักเรียน เพื่อประเมินความคิดของผู้เรียนเรื่อง อาชีพหรือของดีในชุมชนโดยมีคำถามดังนี้
1.1 นักเรียนคิดว่าอาชีพหรือของดีในชุมชนเรามีอะไรบ้าง
1.2 ในชุมชนหรือท้องถิ่นใกล้ตัวนักเรียนพบเห็นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอะไรบ้าง
1.3 สภาพแวดล้อมในหมู่บ้านตะเคียนหลบฟ้า
ช่วยให้คนในชุมชนประกอบอาชีพใดบ้าง
1.4 นักเรียนออกมาพูดคุยแลกเปลี่ยนในประเด็นที่ครูถาม

แผนที่ 2 การคิดประเด็นการเรียนรู้จากแรงบันดาลใจ
“แรงบันดาลใจจากท้องถิ่น พลิกไผ่ไอดินสู่นวัตกรรม”จากสวนไผ่สู่ห้องเรียน
นักเรียนลงพื้นที่ชุมชนในหมู่บ้านตะเคียนหลบฟ้า เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อม อาชีพและของดีประจำถิ่นของชาวบ้านตะเคียนหลบฟ้า นักเรียนมีภูมิลำเนาในชุมชนหมู่บ้านตะเคียนหลบฟ้า ซึ่งผู้ปกครองนักเรียนมีความผูกพันกับ “ไผ่” นักเรียนบางคนมีวิถีชีวิตเติบโตมาจากเรื่องราวของ “ไผ่”มีภูมิหลังจากอาชีพที่ผูกพันกับไผ่มาช้านาน มีเรื่องเล่าจากนักเรียนว่า ของดีในท้องถิ่นที่สร้างรายได้และเป็นอาชีพของครอบครัว คือ อาชีพเก็บใบไผ่ขาย ครูเพ็ญนภาจึงพานักเรียนลงพื้นที่ไปศึกษาของดีที่สร้างอาชีพที่อยู่คู่กับชุมชนมานาน โดยประโยคที่จุดประกายเรื่องราวนั้นคือ มีนักเรียนชายคนหนึ่งชื่อว่า ฟาเดล “ผมอยากทำให้ไผ่มีประโยชน์และสร้างคุณค่ามากกว่าการเก็บใบขาย”จึงเป็นที่มาของการคิดค้นที่จะสร้างคุณค่าของลำต้นไผ่ที่จะใช้เพื่อสุขภาพนั่นเอง

แผนที่ 3 วางแผนพัฒนาตนเอง
ร่วมกันคิด พิชิตไผ่ดีที่ตะเคียนหลบฟ้า
นักเรียนวิเคราะห์และช่วยกันวางแผนโดยใช้กระบวนการทำ FILA
MAP เพื่อออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
F = Fact ข้อเท็จจริง
เป็นที่มาของปัญหาซึ่งนักเรียนพบว่า ต้องการนำลำต้นไผ่ในชุมชนมาเพิ่มคุณค่าและสร้างประโยชน์
เพราะคิดว่านอกจากการเก็บใบไผ่ขายแล้ว
ลำต้นไผ่คงจะนำมาช่วยคนในชุมชนด้านสุขภาพได้อย่างไรบ้าง
I
= Innovation นวัตกรรม ที่จะทำอย่างไรให้ให้ลำต้นไผ่นำมาใช้ประโยชน์กับชุมชน
ทั้งยังช่วยด้านสุขภาพ ส่งผลให้คนในท้องถิ่นเรามีสุขภาพที่ดี
L = Learning ความรู้และทักษะที่ต้องใช้สร้างนวัตกรรม
A = Action Plan การวางแผนกระบวนการทำงาน

แผนที่ 4 การจัดการเรียนรู้ลงมือทำ
เรื่องจาก ไผ่
เป็นการจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ บูรณาการรายวิชาการงานอาชีพ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ สุขศึกษาและพลศึกษา และสังคมศึกษา เพื่อนำไปใช้ในการประดิษฐ์ไผ่นวดเท้าเพื่อสุขภาพและสร้างคู่มือไผ่นวดเท้าเพื่อสุขภาพ ซึ่งขั้นตอนนี้ได้แบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 FOOTฟินอินไผ่ นักเรียนสร้างชิ้นงานไผ่ที่ใช้สำหรับเดินนวดเท้าที่ช่วยนวดฝ่าเท้ารักษาสุขภาพ สร้างขึ้นเป็นเครื่องนวดฝ่าเท้าประยุกต์ภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเท้า ลดความตึงเครียด กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยลดการชาเท้า กลุ่มที่ 2 คู่มือไผ่นวดเท้าเพื่อสุขภาพ นักเรียนสร้างสื่อคู่มือที่เป็นความรู้นำสู่การรู้จักไผ่นวดเท้า ประโยชน์ของไผ่ วิธีการขั้นตอนการนวด จุดนวดที่สำคัญ ข้อควรระวังในการใช้ไผ่นวดเท้า โดยอาศัยความร่วมมือของครู 2 ท่าน 1. ครูดวงฤดี บุญเลิศวรกุล กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 2. ครูพรชัย เนียมเจริญ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา มาช่วยเติมเต็มความรู้และให้คำแนะนำพร้อมทั้งช่วยดูแลนักเรียนตลอดในการจัดการเรียนรู้

แผนที่ 5 นักเรียนประเมินตนเอง
กระจกสะท้อนเงา เราเป็นอย่างไร
ใช้วิธีการนักเรียนร่วมกันประเมินตนเองว่านักเรียนทำอะไร โดยการตั้งคำถามในชั้นเรียนเกี่ยวกับสิ่งที่นักเรียนทำ “ไผ่” ของดีในชุมชนจะช่วยสร้างสุขภาพที่ดีให้เราอย่างไรบ้าง ดีต่อสุขภาพของคนในชุมชนอย่างไรนักเรียนเกิดความภูมิใจกับชิ้นงานของตนเองที่ทำออกมา โดยการให้นักเรียนแต่ละคนเขียนและพูดสิ่งที่ชอบ สิ่งที่เป็นความภูมิใจสิ่งที่ฉันทำได้ดีในเรื่องที่ทำ สิ่งที่ฉันอยากพัฒนาปรับปรุง ครูจะนำผลไปพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป จากคำตอบที่เขียนบอก ได้ผลสะท้อนกลับจากนักเรียนว่า ดีใจที่ตนเองสามารถสร้างไม้ไผ่เป็นเครื่องที่ช่วยนวดฝ่าเท้าเพื่อรักษาสุขภาพได้ ตลอดจนการสร้างคู่มือ และใช้วิธีการถอดบทเรียนเรื่อง จากลำต้นไผ่ “ไผ่นวดเท้า เพื่อสุขภาพ” และใช้วิธีการถอดบทเรียนให้นักเรียนประเมินตนเองว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้และลงปฏิบัติในหลักสูตรโครงงานนวัตกรรมชุมชนมีประโยชน์และสอดคล้องกับเป้าหมายเศรษฐกิจพอเพียง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข
1. ความพอประมาณ นักเรียนได้เรียนรู้การใช้วัสดุจากธรรมชาติที่หาได้จากในชุมชนท้องถิ่นบ้านตะเคียน หลบฟ้าใกล้ๆโรงเรียน (ลำต้นไผ่) และทำนวัตกรรมไผ่นวดเท้าเพื่อสุขภาพได้
โดยไม่สิ้นเปลืองมาก
2. มีเหตุผล นักเรียนสามารถเลือกคิด
เลือกใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติในท้องถิ่น
คือ ไผ่ ที่หาเองได้ในชุมชน
3. มีภูมิคุ้มกัน การนำไผ่ที่มีอยู่เดิมในชุมชน
โดยเพิ่มประโยชน์จากการเก็บไผ่ขายสร้างรายได้ แต่นำลำต้นมาใช้ประโยชน์ต่อไป
อนุรักษ์ให้อยู่คู่ชมชน
4. มีความรู้ นักเรียนได้เรียนรู้จักขั้นตอนการนำไผ่มานวดเท้าจากคนในชุมชนและวิทยากรที่มาให้ความรู้
5. คุณธรรมที่ได้รับ นักเรียนได้ฝึกความขยันตั้งใจเรียน ทุ่มเททำงานตามที่ได้รับมอบหมายรู้จักการคิดประหยัดอดออม และมีความสามัคคีช่วยกันทำงาน แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนได้อย่างสนุกสนาน

แผนที่ 6 คิดต่อยอดองค์ความรู้
สานต่อ…จากลำไผ่สู่ก้าวใหม่ที่ยั่งยืน
การจัดการเรียนรู้เรื่อง “ไผ่นวดเท้า เพื่อสุขภาพ” ได้ต่อยอดจากห้องเรียนสู่ชุมชนโดยให้นักเรียนมีส่วนร่วมศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นจากผู้รู้ในชุมชน นักเรียนได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดไปใช้และเผยแพร่ในรูปแบบสื่อสร้างสรรค์ เพื่อให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าและร่วมอนุรักษ์ ผ่านการให้ความรู้และจัดแสดงวิธีการทำให้ผู้ปกครองและประชาชนในโรงเรียนและเผยแพร่คู่มือในรูปแบบต่างๆ เพื่อมีความรู้ความเข้าใจและเรียนรู้การนำเรื่องนวัตกรรมไผ่นวดเท้าเพื่อสุขภาพลงสู่ชมชน โดยยึดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นักเรียนได้การลงมือปฏิบัติจะช่วยให้นักเรียนตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างพอประมาณ มีเหตุผลและเกิดภูมิคุ้มกันบนหลักของสุขภาพ ท้องถิ่นชุมชนได้รับประโยชน์จากการสานต่อความรู้ใหม่ๆที่ถูกคิดค้นขึ้นภายใต้แนวคิด “ไผ่จากชุมชน เพื่อชุมชน” ส่งผลให้เกิดความรักในสิ่งที่เป็นของดีในท้องถิ่น ต่อยอดความเข้มแข็งของชุมชนนอกจากการสร้างรายได้จากการเก็บใบไผ่ขายมาต่อยอดเป็นไผ่ที่ใช้นวดเท้าเพื่อสุขภาพควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรมและปลูกจิตสำนึกรักบ้านเกิดอย่างยั่งยืน




นางสาวเพ็ญนภา สองสา
ครูโรงเรียนบ้านตะเคียนหลบฟ้า
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง
เขต 2