ไผ่ดี...ที่ตะเคียนหลบฟ้า “ไผ่นวดเท้า สืบสานภูมิปัญญา เพื่อพัฒนาสุขภาพ”

เพ็ญนภา สองสา
เพ็ญนภา สองสา
7 ผู้ชม

        จากลำไผ่ สู่ก้าวใหม่ที่ยั่งยืน ไผ่นวดเท้า สืบสานภูมิปัญญา เพื่อพัฒนาสุขภาพ      

รายละเอียดโครงงาน
           ท่ามกลางผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ของบ้านตะเคียนหลบฟ้า มีสิ่งหนึ่งที่เติบโตอย่างเรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยคุณค่านั่นคือ "ไผ่" พืชที่หยั่งรากอย่างมั่นคง โอนอ่อนตามแรงลม แต่ไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรค เปรียบเสมือนวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ใช้ภูมิปัญญา ความพากเพียร และความสามัคคี สร้างสรรค์สิ่งดี ๆ จากทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัว  "ไผ่ดี...ที่ตะเคียนหลบฟ้า" ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของไม้ไผ่ หากแต่เป็นเรื่องราวของการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การสร้างนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ผ่าน "ไผ่นวดเท้าเพื่อสุขภาพ" ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากแนวคิดในการดูแลสุขภาพด้วยวิถีธรรมชาติ ผสานความประณีตของงานหัตถกรรมเข้ากับองค์ความรู้ด้านการนวดกดจุด เพื่อให้ทุกก้าวของการใช้งานเป็นก้าวแห่งการผ่อนคลายและการฟื้นฟูร่างกาย  ทุกลำไผ่ที่ผ่านการคัดสรร ล้วนผ่านการแปรรูปด้วยความใส่ใจ เปลี่ยนวัสดุธรรมดาให้กลายเป็นอุปกรณ์ดูแลสุขภาพที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต บรรเทาความเมื่อยล้า และเติมเต็มความสุขให้กับผู้ใช้งาน นอกจากจะสร้างประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว   ยังช่วยเพิ่มคุณค่าให้ทรัพยากรในท้องถิ่น สร้างรายได้ และส่งต่ออาชีพให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน  นวัตกรรมชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่า "ของดี" ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนหรือไกลตัว เพียงรู้จักมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้ ก็สามารถสร้างประโยชน์อันยิ่งใหญ่ได้ ไผ่ที่เคยเป็นเพียงต้นไม้ริมรั้ว วันนี้ได้กลายเป็นสื่อกลางแห่งการดูแลสุขภาพ เป็นสัญลักษณ์ของภูมิปัญญาที่ไม่หยุดนิ่ง และเป็นความภาคภูมิใจของชุมชนตะเคียนหลบฟ้า  เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มต้นได้จากก้าวเล็ก ๆ และเพราะภูมิปัญญาที่ดี ย่อมเติบโตได้ด้วยหัวใจของคนในชุมชน "ไผ่ดี...ที่ตะเคียนหลบฟ้า" จึงไม่ใช่เพียงนวัตกรรม หากคือเรื่องราวของการสืบสานคุณค่า  สร้างอาชีพ และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับชุมชนอย่างงดงาม และที่สำคัญยิ่งคือการสร้างสุขภาพที่ดีให้ตนเองและทุกคนที่เรารัก















         จากต้นไผ่ธรรมดาที่เติบโตเคียงคู่วิถีชีวิตของชุมชนตะเคียนหลบฟ้า ได้รับการหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในการเรียนรู้ในห้องเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านตะเคียนหลบฟ้า จังหวัดตรัง  โดยต่อยอดจาก  "เรื่องเล่าอาชีพเก็บใบไผ่ขาย" สู่กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการคิด วิเคราะห์ สืบค้น และลงมือปฏิบัติจริงอย่างสร้างสรรค์และน่าสนใจ ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยคุณครูเพ็ญนภา สองสา ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ผู้บูรณาการการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาการงานอาชีพเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างลงตัว เปลี่ยนเรื่องราวของอาชีพในชุมชนให้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างองค์ความรู้ และต่อยอดสู่การพัฒนา "นวัตกรรมไผ่นวดเท้าเพื่อสุขภาพ" ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้จากรากฐานของชุมชน สามารถสร้างคุณค่าและนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง นักเรียนได้ลงมือคิด   ลงมือทำและเรียนรู้จากบริบทจริงของชุมชนบ้านตะเตียนหลบฟ้า  ผ่านการตั้งคำถามและการค้นคว้า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านตะเตียนหลบฟ้าไม่ใช่เพียงการรับฟังความรู้แต่เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงที่เชื่อมโยงชีวิตกับบทเรียนอย่างแท้จริง การจัดการเรียนรู้ดังกล่าวอาศัยหลักสูตรท้องถิ่นจังหวัดตรัง ภายใต้กรอบหลักสูตรโครงงานนวัตกรรมชุมชน  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาครูแกนนำและนักจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาระบบนิเวศทางการเรียนรู้ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แนวคิดและกระบวนการเหล่านี้เกิดจากโอกาสที่ครูเพ็ญนภา สองสา  ได้เข้าร่วมเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2 ก่อนนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและชุมชน  ส่งผลให้ห้องเรียนกลายเป็นพื้นที่บ่มเพาะปัญญา  สร้างทักษะชีวิตและจุดประกายการเห็นคุณค่าท้องถิ่นอันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในอนาคต

       “โครงงานนวัตกรรมชุมชน” คือ กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Learning) โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษาประเด็นปัญหามีอยู่ในท้องถิ่นผ่านการตั้งคำถาม     การสืบค้นข้อมูล การลงพื้นที่ศึกษา การเรียนรู้ที่หยั่งรากจากผืนแผ่นดินของชุมชน เติบโตจากการลงมือคิด ลงมือทำ และการเรียนรู้ร่วมกับผู้คน วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ที่ตอบโจทย์ชุมชน พร้อมปลูกฝังให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของบ้านเกิด  โครงงานจึงไม่ใช่เพียงผลงานหรือชิ้นงานที่สร้างขึ้นแต่เป็นแหล่งระดมสมองพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ความคิด เป็นหัวใจสำคัญในการฝึกทำและฝึกแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบผ่านสถานการณ์จริงในชุมชน เช่น "ไผ่ดี...ที่ตะเคียนหลบฟ้า" ที่นักเรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่ที่มาจากวิถีของคนในชุมชน นำสิ่งที่มีอยู่ในชุมชนเพื่อพัฒนาและดูแลสุขภาพของคนในชุมชน สะท้อนการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า ทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างอาชีพและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งหล่อหลอม ปลูกฝัง สร้างจิตสำนึกให้ผู้เรียนเห็นความหมายของการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงชีวิตจริงได้เป็นหนึ่งเดียว  

"ความสำคัญของโครงงานนวัตกรรมชุมชน" เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวมใน ทุกด้าน ทั้งด้านความรู้ ทักษะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21 นักเรียนได้ฝึกการคิดเชิงวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และการใช้ทักษะชีวิตแก้ปัญหา ขณะเดียวกันชุมชนก็ได้รับประโยชน์จากองค์ความรู้ใหม่ แนวคิดสร้างสรรค์และพลังของเยาวชน ทำให้โรงเรียนชุมชนและห้องเรียนกลายเป็นระบบนิเวศทางการเรียนรู้ที่เกื้อหนุนกันอย่างแท้จริง โครงงานนวัตกรรมชุมชนยังสามารถบูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนการสอนได้หลากหลายกลุ่มสาระโดยเฉพาะกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาเพื่อศึกษาอัตลักษณ์ท้องถิ่น เศรษฐกิจชุมชนและความพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงบนพื้นฐานสุขภาพที่ดี กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยผ่านการเขียนสื่อสาร เขียนเล่าเรื่อง การสัมภาษณ์ และการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ในการวัดขนาด การวัดความยาวของไม้ไผ่ การออบแบบผลงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการใช้ท่าในการออกกำลังกาย การเคลื่อนไหวทักษะการปฏิบัติกิจกรรมทางกาย  ที่นำมาใช้ในการใช้ไผ่นวดเท้าเพื่อสุขภาพ  กลุ่มสาระสังคมศึกษา ในเรื่องการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพเพื่อการสำรวจอาชีพสู่การพัฒนาทักษะอาชีพและอธิบายเหตุผลขั้นตอนการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการ การเรียนรู้ผ่านโครงงานนวัตกรรมชุมชนจึงเป็นยิ่งกว่าการสอนทั่วไปและเชื่อว่า ทุกก้าวที่ลงมือทำ คือทุกบทเรียนที่มีค่า"แต่เป็นการใช้ตุ้นและปลูกฝังจิตสำนึกให้ผู้เรียนรักบ้านเกิด รักธรรมชาติและท้องถิ่นใกล้ตัวและรักสุขภาพของตนเองและรักทุกคนในที่สุด


                 กระบวนการจัดการเรียนการสอน

           6 แผนการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน

 การจัดการเรียนการสอนในครั้งนี้ออกแบบแนวคิดที่เชื่อว่า หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ คือ การเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Learning) ร่วมกับการลงมือปฏิบัติ (Learning by Doing)       ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ โครงงานนวัตกรรมชุมชน (Community Innovation Project) โดยมีครูทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ผ่านโครงงานนวัตกรรม ซึ่งเชื่อมโยงห้องเรียนเข้ากับชีวิตจริงของชุมชน โครงงานนวัตกรรมชุมชนดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกคิด ฝึกค้นคว้า ฝึกลงมือปฏิบัติและเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านประสบการณ์ตรง  โดยยึดบริบทชุมชนเป็นฐานสำคัญ การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางนี้ดำเนินไปอย่างเป็นระบบผ่าน 6 ขั้นตอนสำรวจถิ่นฐาน สร้างงานนวัตกรรม โดยประกอบด้วย 6  แผนการจัดการเรียนรู้ ดังนี้


แผนที่ 1 ประเมินความคิดของผู้เรียน

คำถามจากครูนักเรียนรู้อะไรบ้าง

1. คุณครูใช้คำถามกระตุ้นนักเรียน เพื่อประเมินความคิดของผู้เรียนเรื่อง อาชีพหรือของดีในชุมชนโดยมีคำถามดังนี้

          1.1  นักเรียนคิดว่าอาชีพหรือของดีในชุมชนเรามีอะไรบ้าง

          1.2  ในชุมชนหรือท้องถิ่นใกล้ตัวนักเรียนพบเห็นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอะไรบ้าง

          1.3  สภาพแวดล้อมในหมู่บ้านตะเคียนหลบฟ้า ช่วยให้คนในชุมชนประกอบอาชีพใดบ้าง

 1.4  นักเรียนออกมาพูดคุยแลกเปลี่ยนในประเด็นที่ครูถาม

                     

     

แผนที่ 2  การคิดประเด็นการเรียนรู้จากแรงบันดาลใจ

    แรงบันดาลใจจากท้องถิ่น พลิกไผ่ไอดินสู่นวัตกรรม”จากสวนไผ่สู่ห้องเรียน

     นักเรียนลงพื้นที่ชุมชนในหมู่บ้านตะเคียนหลบฟ้า เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อม อาชีพและของดีประจำถิ่นของชาวบ้านตะเคียนหลบฟ้า นักเรียนมีภูมิลำเนาในชุมชนหมู่บ้านตะเคียนหลบฟ้า ซึ่งผู้ปกครองนักเรียนมีความผูกพันกับ ไผ่  นักเรียนบางคนมีวิถีชีวิตเติบโตมาจากเรื่องราวของ ไผ่มีภูมิหลังจากอาชีพที่ผูกพันกับไผ่มาช้านาน มีเรื่องเล่าจากนักเรียนว่า ของดีในท้องถิ่นที่สร้างรายได้และเป็นอาชีพของครอบครัว คือ อาชีพเก็บใบไผ่ขาย ครูเพ็ญนภาจึงพานักเรียนลงพื้นที่ไปศึกษาของดีที่สร้างอาชีพที่อยู่คู่กับชุมชนมานาน โดยประโยคที่จุดประกายเรื่องราวนั้นคือ มีนักเรียนชายคนหนึ่งชื่อว่า ฟาเดล ผมอยากทำให้ไผ่มีประโยชน์และสร้างคุณค่ามากกว่าการเก็บใบขายจึงเป็นที่มาของการคิดค้นที่จะสร้างคุณค่าของลำต้นไผ่ที่จะใช้เพื่อสุขภาพนั่นเอง 



       ร่วมกันคิด พิชิตไผ่ดีที่ตะเคียนหลบฟ้า

       นักเรียนวิเคราะห์และช่วยกันวางแผนโดยใช้กระบวนการทำ FILA MAP เพื่อออกแบบวิธีการแก้ปัญหา

      F = Fact ข้อเท็จจริง เป็นที่มาของปัญหาซึ่งนักเรียนพบว่า ต้องการนำลำต้นไผ่ในชุมชนมาเพิ่มคุณค่าและสร้างประโยชน์ เพราะคิดว่านอกจากการเก็บใบไผ่ขายแล้ว ลำต้นไผ่คงจะนำมาช่วยคนในชุมชนด้านสุขภาพได้อย่างไรบ้าง

      I = Innovation นวัตกรรม ที่จะทำอย่างไรให้ให้ลำต้นไผ่นำมาใช้ประโยชน์กับชุมชน ทั้งยังช่วยด้านสุขภาพ ส่งผลให้คนในท้องถิ่นเรามีสุขภาพที่ดี

      L = Learning ความรู้และทักษะที่ต้องใช้สร้างนวัตกรรม

     A = Action Plan การวางแผนกระบวนการทำงาน


     

 แผนที่ 4 การจัดการเรียนรู้ลงมือทำ

      เรื่องจาก ไผ่ 

       

            เป็นการจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ บูรณาการรายวิชาการงานอาชีพ ภาษาไทย  คณิตศาสตร์  สุขศึกษาและพลศึกษา และสังคมศึกษา เพื่อนำไปใช้ในการประดิษฐ์ไผ่นวดเท้าเพื่อสุขภาพและสร้างคู่มือไผ่นวดเท้าเพื่อสุขภาพ ซึ่งขั้นตอนนี้ได้แบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 FOOTฟินอินไผ่ นักเรียนสร้างชิ้นงานไผ่ที่ใช้สำหรับเดินนวดเท้าที่ช่วยนวดฝ่าเท้ารักษาสุขภาพ สร้างขึ้นเป็นเครื่องนวดฝ่าเท้าประยุกต์ภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเท้า ลดความตึงเครียด กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยลดการชาเท้า กลุ่มที่ 2 คู่มือไผ่นวดเท้าเพื่อสุขภาพ นักเรียนสร้างสื่อคู่มือที่เป็นความรู้นำสู่การรู้จักไผ่นวดเท้า ประโยชน์ของไผ่ วิธีการขั้นตอนการนวด จุดนวดที่สำคัญ ข้อควรระวังในการใช้ไผ่นวดเท้า โดยอาศัยความร่วมมือของครู 2 ท่าน 1. ครูดวงฤดี บุญเลิศวรกุล กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์   2. ครูพรชัย เนียมเจริญ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา มาช่วยเติมเต็มความรู้และให้คำแนะนำพร้อมทั้งช่วยดูแลนักเรียนตลอดในการจัดการเรียนรู้



แผนที่ 5 นักเรียนประเมินตนเอง

      กระจกสะท้อนเงา เราเป็นอย่างไร

           ใช้วิธีการนักเรียนร่วมกันประเมินตนเองว่านักเรียนทำอะไร โดยการตั้งคำถามในชั้นเรียนเกี่ยวกับสิ่งที่นักเรียนทำ ไผ่ ของดีในชุมชนจะช่วยสร้างสุขภาพที่ดีให้เราอย่างไรบ้าง ดีต่อสุขภาพของคนในชุมชนอย่างไรนักเรียนเกิดความภูมิใจกับชิ้นงานของตนเองที่ทำออกมา โดยการให้นักเรียนแต่ละคนเขียนและพูดสิ่งที่ชอบ สิ่งที่เป็นความภูมิใจสิ่งที่ฉันทำได้ดีในเรื่องที่ทำ สิ่งที่ฉันอยากพัฒนาปรับปรุง ครูจะนำผลไปพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป จากคำตอบที่เขียนบอก ได้ผลสะท้อนกลับจากนักเรียนว่า ดีใจที่ตนเองสามารถสร้างไม้ไผ่เป็นเครื่องที่ช่วยนวดฝ่าเท้าเพื่อรักษาสุขภาพได้ ตลอดจนการสร้างคู่มือ และใช้วิธีการถอดบทเรียนเรื่อง  จากลำต้นไผ่ ไผ่นวดเท้า เพื่อสุขภาพ  และใช้วิธีการถอดบทเรียนให้นักเรียนประเมินตนเองว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้และลงปฏิบัติในหลักสูตรโครงงานนวัตกรรมชุมชนมีประโยชน์และสอดคล้องกับเป้าหมายเศรษฐกิจพอเพียง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข

1. ความพอประมาณ นักเรียนได้เรียนรู้การใช้วัสดุจากธรรมชาติที่หาได้จากในชุมชนท้องถิ่นบ้านตะเคียน  หลบฟ้าใกล้ๆโรงเรียน (ลำต้นไผ่) และทำนวัตกรรมไผ่นวดเท้าเพื่อสุขภาพได้ โดยไม่สิ้นเปลืองมาก

2. มีเหตุผล นักเรียนสามารถเลือกคิด เลือกใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติในท้องถิ่น  คือ ไผ่ ที่หาเองได้ในชุมชน

3. มีภูมิคุ้มกัน การนำไผ่ที่มีอยู่เดิมในชุมชน โดยเพิ่มประโยชน์จากการเก็บไผ่ขายสร้างรายได้ แต่นำลำต้นมาใช้ประโยชน์ต่อไป อนุรักษ์ให้อยู่คู่ชมชน  

4. มีความรู้ นักเรียนได้เรียนรู้จักขั้นตอนการนำไผ่มานวดเท้าจากคนในชุมชนและวิทยากรที่มาให้ความรู้

5. คุณธรรมที่ได้รับ นักเรียนได้ฝึกความขยันตั้งใจเรียน ทุ่มเททำงานตามที่ได้รับมอบหมายรู้จักการคิดประหยัดอดออม และมีความสามัคคีช่วยกันทำงาน แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนได้อย่างสนุกสนาน


   

 แผนที่ 6 คิดต่อยอดองค์ความรู้

      สานต่อ…จากลำไผ่สู่ก้าวใหม่ที่ยั่งยืน

          การจัดการเรียนรู้เรื่อง ไผ่นวดเท้า เพื่อสุขภาพ ได้ต่อยอดจากห้องเรียนสู่ชุมชนโดยให้นักเรียนมีส่วนร่วมศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นจากผู้รู้ในชุมชน  นักเรียนได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดไปใช้และเผยแพร่ในรูปแบบสื่อสร้างสรรค์ เพื่อให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าและร่วมอนุรักษ์ ผ่านการให้ความรู้และจัดแสดงวิธีการทำให้ผู้ปกครองและประชาชนในโรงเรียนและเผยแพร่คู่มือในรูปแบบต่างๆ เพื่อมีความรู้ความเข้าใจและเรียนรู้การนำเรื่องนวัตกรรมไผ่นวดเท้าเพื่อสุขภาพลงสู่ชมชน โดยยึดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นักเรียนได้การลงมือปฏิบัติจะช่วยให้นักเรียนตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างพอประมาณ มีเหตุผลและเกิดภูมิคุ้มกันบนหลักของสุขภาพ ท้องถิ่นชุมชนได้รับประโยชน์จากการสานต่อความรู้ใหม่ๆที่ถูกคิดค้นขึ้นภายใต้แนวคิด ไผ่จากชุมชน เพื่อชุมชน ส่งผลให้เกิดความรักในสิ่งที่เป็นของดีในท้องถิ่น ต่อยอดความเข้มแข็งของชุมชนนอกจากการสร้างรายได้จากการเก็บใบไผ่ขายมาต่อยอดเป็นไผ่ที่ใช้นวดเท้าเพื่อสุขภาพควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรมและปลูกจิตสำนึกรักบ้านเกิดอย่างยั่งยืน






นางสาวเพ็ญนภา สองสา

ครูโรงเรียนบ้านตะเคียนหลบฟ้า

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2


การงานการเงินดี

17

บทความอื่นๆ