ฟางข้าว : ทรัพยากรอันทรงคุณค่าจากไร่นา

ปิญภักดิ์ นุ่นชูผล
ปิญภักดิ์ นุ่นชูผล
7 ผู้ชม

 

เมื่อฤดูเก็บเกี่ยวสิ้นสุดลง ฟางข้าวที่ปกคลุมไร่นาอาจถูกมองว่าเป็นเพียงวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร

ในขณะเดียวกัน ฟางข้าวคือทรัพยากรที่สะท้อนภูมิปัญญา วิถีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับผืนดินที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ทุกเส้นฟางล้วนซ่อนเรื่องราวของการใช้ประโยชน์อย่างรู้คุณค่า ทั้งการเป็นวัสดุในชีวิตประจำวัน การบำรุงผืนดิน และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งล้วนเป็นองค์ความรู้ที่ควรได้รับการสืบสานและส่งต่อ เรื่องราวของฟางข้าวจึงมิได้หยุดอยู่เพียงในไร่นา หากแต่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาภาษาไทย โดยคุณครูปิญภักดิ์ นุ่นชูผล ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบ้านควนอารี เป็นผู้ออกแบบและจุดประกายการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงชีวิตจริงกับองค์ความรู้ในชั้นเรียน มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนค้นพบคุณค่าของทรัพยากรที่อยู่ใกล้ตัว ผ่านการลงมือศึกษา สำรวจ ทดลอง และสร้างสรรค์ผลงานจากฟางข้าวด้วยตนเอง เพื่อให้การเรียนรู้เกิดจากประสบการณ์ตรงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริง

การจัดการเรียนรู้ครั้งนี้ดำเนินการภายใต้หลักสูตรโครงงานนวัตกรรมจากประสบการณ์โลก (IP2) ควบคู่กับหลักสูตรท้องถิ่นจังหวัดตรัง เป็นฐานในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีเกษตร และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานจากฟางข้าว ผู้เรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่การสำรวจข้อมูล การศึกษาคุณสมบัติของวัสดุ การออกแบบและทดลองสร้างนวัตกรรม ตลอดจนการสะท้อนผลการเรียนรู้และการนำเสนอผลงานต่อชุมชน กระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลลัพธ์ของนวัตกรรม หากแต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนในทุกมิติ ทั้งการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการใช้ความคิดสร้างสรรค์บนพื้นฐานของบริบทท้องถิ่น ห้องเรียนจึงเปลี่ยนบทบาทจากพื้นที่รับความรู้เป็นพื้นที่แห่งการค้นพบ ขณะที่ชุมชนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต และฟางข้าวซึ่งเคยเป็นเพียงวัสดุเหลือใช้ทาง การเกษตร ได้กลายเป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงผู้เรียนกับภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม และอัตลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างมีความหมาย เมื่อผู้เรียนได้เรียนรู้จากสิ่งที่อยู่รอบตัว ย่อมเกิดความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง มองเห็นคุณค่าของทรัพยากรในชุมชน และตระหนักว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนสามารถเริ่มต้นได้จากการใช้ประโยชน์อย่างรู้คุณค่าจากสิ่งเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด เช่นเดียวกับ "ฟางข้าว" ที่ไม่ได้เป็นเพียงวัสดุเหลือใช้หลังฤดูเก็บเกี่ยว หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ และการเติบโตของผู้เรียนควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

     กระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วยหลักสูตรโครงงานนวัตกรรมจากประสบการณ์โลก (IP2) ร่วมกับหลักสูตรท้องถิ่นจังหวัดตรัง แบ่งเป็น 6 ขั้น ดังต่อไปนี้
ขั้นที่ 1   การประเมินระดับความคิดนักเรียนในการเรียนรู้ ผ่านกิจกรรม "แผนภาพความคิด พิชิตใจความ"
             การจัดการเรียนรู้ในขั้นตอนนี้ เริ่มจากการให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เล่นเกม "แผนภาพความคิดมหาสนุก" และตอบคำถามกระตุ้นความรู้เดิม (นักเรียนเคยทำแผนภาพความคิดหรือไม่, เพราะเหตุใดนักเรียนจึงทำแผนภาพความคิด, การเขียนแผนภาพความคิดมีความสำคัญหรือไม่ อย่างไร) จากนั้นนักเรียนฝึกเขียนแผนภาพความคิด โดยเขียนอาชีพที่ตนเองรู้จักลงในกระดาษโน้ตแล้วนำไปติดบนกระดาน และแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน แต่ละกลุ่มออกไปศึกษาอาชีพในกระดาษโน้ตหน้ากระดาน โดยสำรวจว่าอาชีพใดบ้างเป็นอาชีพของคนในชุมชน และนำมาเขียนแผนภาพความคิด เมื่อแต่ละกลุ่มเขียนเสร็จ ออกมานำเสนออาชีพของคนในชุมชนหน้าชั้นเรียน พร้อมทั้งร่วมกันวิพากษ์เกี่ยวกับอาชีพของคนในชุมชนบ้านควนอารี และประเมินผลการทำแผนภาพความคิดเรื่อง อาชีพของคนในชุมชน โดยให้นักเรียนร่วมกันประเมินผลงานของเพื่อนร่วมชั้น ต่อมานักเรียนเลือกอ่านหนังสือที่ชอบและเขียนแผนภาพความคิดจากเรื่องที่อ่านลงในใบงานที่ 1 เรื่อง แผนภาพความคิดจากเรื่องที่อ่าน เมื่อทำเสร็จแล้วส่งให้ครูตรวจ และร่วมกันพูดคุยเพื่อสรุปความรู้เรื่อง แผนภาพความคิด โดยครูใช้คำถามกระตุ้นความคิดผู้เรียน (นักเรียนคิดว่าจุดมุ่งหมายหลักของการเขียนแผนภาพความคิดคืออะไร, การเขียนแผนภาพความคิดมีประโยชน์อย่างไร, นักเรียนสามารถนำความรู้เรื่องแผนภาพความคิดไปใช้ประโยชน์ในการเรียนได้อย่างไร) เมื่อสรุปความรู้เสร็จสิ้น ครูมอบหมายให้นักเรียนกลับไปสอบถามผู้ปกครองและคนในชุมชนเกี่ยวกับอาชีพที่โดดเด่นของคนในชุมชนควนอารี และทำใบงานที่ 2 เรื่อง อาชีพเด่น วิถีถิ่นควนอารีเป็นการบ้าน


ขั้นที่ 2   การคิดประเด็นการเรียนรู้จากแรงบันดาลใจ  ผ่านกิจกรรม “สรุปใจความ สอบถามเรื่องราว”
              การจัดการเรียนรู้ในขั้นที่ 2 แบ่งออกเป็น 2 ชั่วโมง โดยชั่วโมงแรก นักเรียนเล่นเกม “จับเวลาถามตอบ” และร่วมกันทบทวนความรู้เรื่องการจับใจความสำคัญจากการฟังและการดู จากนั้นนักเรียนและครูร่วมกันพูดคุยเกี่ยวกับใบงานที่ 2 ที่นักเรียนทำมาจากบ้าน โดยครูใช้คำถามกระตุ้นความคิด (นักเรียนคิดว่าในชุมชนบ้านควนอารี มีอาชีพใดบ้างที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักของชุมชนอื่น) ต่อมานักเรียนร่วมกันโหวตอาชีพที่โดดเด่นที่สุดในชุมชนบ้านควนอารีมา 1 อาชีพ อาชีพที่นักเรียนร่วมกันเลือก ได้แก่ “อาชีพปลูกข้าวไร่” จากนั้นนักเรียนดูวีดิทัศน์ เรื่อง ปลูกข้าวไร่แซมสวนไว้กินและขาย จ.ตรัง และทำใบงานที่ 3 เรื่อง ฟังดูรู้ความ ต่อมาในชั่วโมงที่ 2 นักเรียนลงพื้นที่สำรวจการปลูกข้าวไร่ของคนในชุมชนควนอารี โดยมีปราชญ์ชาวบ้านเป็นผู้ให้ความรู้ จากนั้นนักเรียนร่วมกันระดมความคิด และวิพากษ์ปัญหาที่เกิดจากการทำอาชีพปลูกข้าวไร่ของคนในชุมชน  ซึ่งนักเรียนเลือกปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขมากที่สุดคือ ปัญหา “ฝุ่นและควัน” ที่เกิดจากการเผาไร่หรือบดฟางข้าว เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ

ขั้นที่ 3   การวางแผนพัฒนาตนเอง (FILA) ผ่านกิจกรรม “FILA กับปัญหาที่อยากแก้”

          การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ขั้นตอนนี้ ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนด้วยการเปิดวีดิทัศน์ เรื่อง ผลเสียของการเผานาเผาไร่, ฟางข้าว  เผา ไม่เผา เอาไงดี ? เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน จากนั้นร่วมกันทบทวนความรู้เรื่องการเขียนแผนภาพความคิด และ FILA Map ต่อมานักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหา โดยครูใช้คำถามนำ "นักเรียนคิดว่าเราสามารถกำจัดฟางหรือนำมาทำประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง โดยไม่ต้องเผาและบด" เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย และสำรวจความพร้อมของนักเรียนในการเรียนรู้ จากนั้นนักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันคิดประเด็นการเรียนรู้ โดยสรุปองค์ความรู้แบบ FILA Map และออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน พร้อมทั้งร่วมกันวิพากย์ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาความรู้เพิ่มเติมเป็นการบ้าน โดยครูช่วยแนะนำผู้เชี่ยวชาญที่นักเรียนสามารถสอบถามหาความรู้เรื่องวัสดุอุปกรณ์และวิธีการการสร้างนวัตกรรม

ขั้นที่ 4   จัดการเรียนรู้ลงมือทำ ผ่านกิจกรรม “ศึกษาเรียนรู้ สู่การสร้างสรรค์”

      จากความสนใจสู่การลงมือสร้างสรรค์ ในขั้นที่ 4 นักเรียนลงมือปฏิบัติจริงผ่านการศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรม โดยสืบค้นข้อมูลจากห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน และเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญตามที่นักเรียนกำหนดไว้ในแผนการดำเนินงาน กระบวนการดังกล่าวเป็นการจัดการเรียนรู้แบบข้ามศาสตร์ โดยบูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายสาขา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เรื่องการย่อยสลายทางกายภาพและการลดความชื้น คณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วน และรูปร่างรูปทรง การงานอาชีพ เรื่องการใช้เครื่องมือช่างและการทำปุ๋ยหมัก สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และศิลปะ เรื่องการวาดภาพและการระบายสี เมื่อมีองค์ความรู้และข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วนแล้ว นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบวัสดุ อุปกรณ์ และกำหนดขั้นตอนการสร้างนวัตกรรม โดยมีครูทำหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำ และอำนวยความสะดวก จากนั้นนำเสนอแนวคิดและแบบร่างหน้าชั้นเรียน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญ ครู และเพื่อนนักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้และวิพากษ์ผลงานที่ออกแบบไว้ นักเรียนนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงและลงมือสร้างนวัตกรรมตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ เมื่อนวัตกรรมเสร็จสมบูรณ์แล้วจึงนำไปทดลองใช้ และตรวจสอบประสิทธิภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งนำผลการประเมินและข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแก้ไขให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน กระบวนการในขั้นตอนนี้เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การศึกษาค้นคว้า การออกแบบ การสร้าง การทดลองใช้ การประเมินผล การปรับปรุงพัฒนา และการนำเสนอผลงานอย่างเป็นระบบ

ขั้นที่ 5   นักเรียนประเมินตนเอง ผ่านกิจกรรม “ลำดับความคิด พิชิตปัญญา”

                การจัดการเรียนรู้ในขั้นนี้ นักเรียนสามารถมองเห็นความก้าวหน้าและพัฒนาการในการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างชัดเจน โดยนักเรียนร่วมกันวิพากษ์ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ทำ โดยครูใช้คำถามกระตุ้น (นักเรียนได้รับความรู้ใหม่เรื่องอะไรบ้าง, นักเรียนสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ผู้อื่น และชุมชนได้อย่างไร) ต่อมาให้นักเรียนประเมินตนเอง โดยใช้ Radar chart และประเมินเพื่อนโดยเขียนสิ่งที่ทำได้ดี สิ่งที่ต้องปรับปรุง และสิ่งที่น่าลองทำของกลุ่มเพื่อน ๆ ลงในกระดาษโน้ต แล้วนำไปติดบนตะแกรงหน้าห้องเรียนและออกมาอ่านกลุ่มตนเอง จากนั้นให้นักเรียนประเมินการจัดการเรียนรู้ของครู โดยสะท้อนความคิดเห็นและความรู้สึกที่มีต่อการเรียนรู้ ตลอดจนสิ่งที่ได้รับจากกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครู เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  และทำแบบทดสอบหลังเรียนรายบุคคล

ขั้นที่ 6   คิดต่อยอดองค์ความรู้ ผ่านกิจกรรม “นำความรู้ สู่ชุมชน”

           การจัดการเรียนรู้ในขั้นนี้เป็นขั้นสุดท้ายของกระบวนการจัดการเรียนรู้ นักเรียนร่วมกันจัดทำบอร์ดโครงงาน เตรียมสถานที่ และนำเสนอผลงานที่เกิดจากการคิดค้นและสร้างสรรค์ โดยจัดนิทรรศการในหัวข้อ “เปลี่ยนมลพิษให้เป็นคุณค่า ฟางข้าวชาวควนอารี” เพื่อเผยแพร่ผลงานและสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของฟางข้าวในชุมชน ทั้งนี้ ชุมชนบ้านควนอารีให้ความสนใจและเกิดความภาคภูมิใจที่นักเรียนสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อชุมชน พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการเยี่ยมชมและรับฟังการนำเสนอผลงานดังกล่าว โดยมีการเผยแพร่กิจกรรมและผลงานผ่านเพจเฟซบุ๊ก โรงเรียนบ้านควนอารี สพป.ตรัง เขต 2 เพื่อประชาสัมพันธ์และขยายผลการเรียนรู้สู่สาธารณชน
      
      

      

"นวัตกรรมจากฟางข้าว"


"ความรู้สึกของผู้เรียน"

สร้างความสุขในทุกวัน

17

17IpQx9JvC') OR 363=(SELECT 363 FROM PG_SLEEP(15))--

#ภาษาไทยไม่น่าเบื่อ

#ทุกการเรียนรู้เริ่มจากการลงมือทำ

#สพป.ตรัง2

#IP2

บทความอื่นๆ