“คติชนวิทยา ว่าด้วยความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับกีฬาวัวชน”

วิทยา แก้วสุขสุด
วิทยา แก้วสุขสุด
226 ผู้ชม

       จากการศึกษาบริบทของชุมชนตำบลหนองบัว อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง พบว่ากิจวัตรประจำวันที่เห็นจนคุ้นชินในทุกเช้า คือการที่คนในชุมชนทุกช่วงวัยจูงวัวออกกำลังกาย เดินไปตามถนนภายในชุมชนอย่างสม่ำเสมอ การปฏิบัติดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อฝึกฝีเท้าและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อวัวชน ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมด้านพละกำลังก่อนนำวัวเข้าร่วมการแข่งขันจริง ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการฝึกฝนวัวชนตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
     นอกจากนี้ ยังมีอีกมุมมองหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ ความเชื่อด้านธรรมชาติและไสยศาสตร์” ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังคงมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน ห้องเรียนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนบ้านหนองบัว จึงได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัวชน โดยรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ในชุมชน เช่น ปราชญ์ชาวบ้าน หมอไสยศาสตร์ และตำราที่กล่าวถึงพิธีกรรมเหล่านี้ เพื่อทำความเข้าใจและเรียนรู้คุณค่าทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น


ขั้นตอนที่ 1 การประเมินระดับการคิดผู้เรียน

     การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และกระบวนการคิดของนักเรียนผ่านการเรียนรู้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายและใกล้ตัว เริ่มต้นด้วยการประเมินความรู้พื้นฐานของนักเรียนโดยใช้แบบทดสอบจำนวน 10 ข้อ โดยกำหนดเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินระดับความรู้และความคิดของนักเรียนในเบื้องต้น ตลอดจนกระตุ้นความสนใจและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ในขั้นต่อไป

       หลังจากนั้น นักเรียนได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ โดยการเข้าสู่แอปพลิเคชัน Google Maps และใช้ฟังก์ชัน Street View เพื่อสำรวจพื้นที่และสถานที่สำคัญภายในชุมชนของตนเอง กิจกรรมดังกล่าวช่วยส่งเสริมทักษะการสังเกต การแสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูลดิจิทัล และการเชื่อมโยงความรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกับบริบทของพื้นที่จริงในชุมชน อันเป็นการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตในยุคดิจิทัล

       นอกจากนี้ ให้นักเรียนรับชมวิดีทัศน์เรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในจังหวัดตรัง เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นมา เหตุการณ์สำคัญ และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ที่ได้รับกับชุมชนของตนเองและพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างเหมาะสม กิจกรรมทั้งหมดช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ เห็นคุณค่าและความสำคัญของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น อันนำไปสู่ความภาคภูมิใจในชุมชนของตนเอง



ขั้นตอนที่ 2  การคิดประเด็นการเรียนรู้จากแรงบันดาลใจ

           ครูใช้คำถามเพื่อกระตุ้นกระบวนการคิดของนักเรียน พร้อมทั้งแจกใบกิจกรรมการสัมภาษณ์ให้นักเรียนนำกลับไปใช้ในการสัมภาษณ์บุคคลในครอบครัวหรือบุคคลในชุมชน เพื่อรวบรวมข้อมูลในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เมื่อนักเรียนได้รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ครบถ้วนแล้ว ครูและนักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ แยกประเด็น และจัดกลุ่มข้อมูลที่มีลักษณะเหมือนหรือคล้ายคลึงกัน
          ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลสามารถจำแนกคำตอบออกเป็น 2 กลุ่ม ตามลักษณะของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ประเภทที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของมุมมอง ความเชื่อ และประสบการณ์ของคนในชุมชน อันเป็นองค์ความรู้สำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

ขั้นตอนที่ 3 วางแผนพัฒนาตนเอง

           นักเรียนสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการสัมภาษณ์ โดยร่วมกันวิเคราะห์ จำแนก และเชื่อมโยงข้อมูลในประเด็นต่าง ๆ จากนั้นร่วมกันจัดทำแผนผังความคิด (FILA Map) เพื่อแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลอย่างเป็นระบบ อันเป็นการส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกัน และการสังเคราะห์องค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
Facts (F) : ที่มาของสภาพปัญหา
           จากการศึกษาพบว่าคนในชุมชนส่วนหนึ่งยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ความหมาย และลำดับขั้นตอนของพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ในกีฬาวัวชน ส่งผลให้ภูมิปัญญาและความเชื่อดั้งเดิมอาจถูกละเลยหรือถ่ายทอดได้ไม่ครบถ้วน
Innovation (I) : นวัตกรรมที่ใช้ในการนำเสนอ
          การพัฒนานวัตกรรมสื่อการเรียนรู้เพื่อใช้ในการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับที่มา ความเชื่อ และขั้นตอนของพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับกีฬาวัวชนในชุมชน โดยมุ่งเน้นการนำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เป็นระบบ และเหมาะสมกับผู้เรียนและคนในชุมชน
Learning Issues (L) : ประเด็นการเรียนรู้
          ประเด็นการเรียนรู้ที่สำคัญ ได้แก่ ประวัติความเป็นมาของกีฬาวัวชน ความเชื่อและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้อง ลำดับขั้นตอนของพิธีกรรม ตลอดจนคุณค่าและความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการสร้างและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเผยแพร่องค์ความรู้
Action (A) : แผนการดำเนินงาน
         กำหนดแผนการดำเนินงานโดยเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์และแหล่งเรียนรู้ในชุมชน จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับพิธีกรรมกีฬาวัวชนให้แก่ผู้เรียนและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม


ขั้นตอนที่ เรียนรู้ด้วยการลงมือทำจริง
            นักเรียนร่วมกันออกแบบและสร้างสรรค์พวงกุญแจที่มีลวดลายเกี่ยวกับวัวชน โดยในการออกแบบนักเรียนได้ใช้ความสามารถเฉพาะบุคคล ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะด้านศิลปะ เพื่อให้ผลงานมีความสวยงาม น่าสนใจ และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อ รวมทั้งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
            นอกจากนี้ นักเรียนยังร่วมกันออกแบบโปสเตอร์แสดงลำดับพิธีการและขั้นตอนต่าง ๆ ของพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับกีฬาวัวชน โดยมุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นระบบ ถูกต้องตามองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาและการสัมภาษณ์ ทั้งนี้เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ชุมชนได้อย่างเหมาะสมและเข้าใจง่าย


ขั้นที่ 5 ผู้เรียนประเมินตนเอง 
      ผู้เรียนดำเนินการประเมินตนเองเกี่ยวกับผลงานหรือผลิตภัณฑ์ที่ตนเองสร้างสรรค์ โดยพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถตอบสนองความต้องการของชุมชนได้มากน้อยเพียงใด รวมทั้งวิเคราะห์จุดเด่นและจุดที่ควรปรับปรุงแก้ไข ทั้งในด้านรูปแบบ ประโยชน์ใช้สอย และความเหมาะสมต่อการนำไปเผยแพร่สู่ชุมชน นอกจากนี้ ผู้เรียนยังได้พิจารณาแนวทางการนำผลงานไปเผยแพร่และต่อยอดการใช้ประโยชน์ในชุมชน เพื่อให้เกิดคุณค่าและประโยชน์สูงสุด
 
ขั้นที่ 6 คิดต่อยอดองค์ความรู้ 
     นำองค์ความรู้และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการเรียนรู้ไปเผยแพร่สู่ชุมชน พร้อมทั้งถ่ายทอดขั้นตอนและวิธีการสร้างผลิตภัณฑ์ให้แก่คนในชุมชน เพื่อส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ร่วมกัน การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และการต่อยอดสู่การสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน




สร้างความสุขในทุกวัน

17

บทความอื่นๆ