จากการศึกษาบริบทของชุมชนตำบลหนองบัว อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง พบว่ากิจวัตรประจำวันที่เห็นจนคุ้นชินในทุกเช้า คือการที่คนในชุมชนทุกช่วงวัยจูงวัวออกกำลังกาย เดินไปตามถนนภายในชุมชนอย่างสม่ำเสมอ การปฏิบัติดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อฝึกฝีเท้าและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อวัวชน ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมด้านพละกำลังก่อนนำวัวเข้าร่วมการแข่งขันจริง ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการฝึกฝนวัวชนตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
นอกจากนี้ ยังมีอีกมุมมองหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ “ความเชื่อด้านธรรมชาติและไสยศาสตร์” ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังคงมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน ห้องเรียนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนบ้านหนองบัว จึงได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัวชน โดยรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ในชุมชน เช่น ปราชญ์ชาวบ้าน หมอไสยศาสตร์ และตำราที่กล่าวถึงพิธีกรรมเหล่านี้ เพื่อทำความเข้าใจและเรียนรู้คุณค่าทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น
ขั้นตอนที่ 1 การประเมินระดับการคิดผู้เรียน
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ
และกระบวนการคิดของนักเรียนผ่านการเรียนรู้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายและใกล้ตัว
เริ่มต้นด้วยการประเมินความรู้พื้นฐานของนักเรียนโดยใช้แบบทดสอบจำนวน 10 ข้อ โดยกำหนดเกณฑ์การผ่านร้อยละ 60 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินระดับความรู้และความคิดของนักเรียนในเบื้องต้น
ตลอดจนกระตุ้นความสนใจและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ในขั้นต่อไป
หลังจากนั้น นักเรียนได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
โดยการเข้าสู่แอปพลิเคชัน Google Maps และใช้ฟังก์ชัน Street View เพื่อสำรวจพื้นที่และสถานที่สำคัญภายในชุมชนของตนเอง
กิจกรรมดังกล่าวช่วยส่งเสริมทักษะการสังเกต การแสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูลดิจิทัล
และการเชื่อมโยงความรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกับบริบทของพื้นที่จริงในชุมชน
อันเป็นการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตในยุคดิจิทัล
นอกจากนี้ ให้นักเรียนรับชมวิดีทัศน์เรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในจังหวัดตรัง เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นมา เหตุการณ์สำคัญ และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ที่ได้รับกับชุมชนของตนเองและพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างเหมาะสม กิจกรรมทั้งหมดช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ เห็นคุณค่าและความสำคัญของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น อันนำไปสู่ความภาคภูมิใจในชุมชนของตนเอง

ขั้นตอนที่ 2 การคิดประเด็นการเรียนรู้จากแรงบันดาลใจ
ครูใช้คำถามเพื่อกระตุ้นกระบวนการคิดของนักเรียน พร้อมทั้งแจกใบกิจกรรมการสัมภาษณ์ให้นักเรียนนำกลับไปใช้ในการสัมภาษณ์บุคคลในครอบครัวหรือบุคคลในชุมชน เพื่อรวบรวมข้อมูลในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เมื่อนักเรียนได้รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ครบถ้วนแล้ว ครูและนักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ แยกประเด็น และจัดกลุ่มข้อมูลที่มีลักษณะเหมือนหรือคล้ายคลึงกัน
ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลสามารถจำแนกคำตอบออกเป็น 2 กลุ่ม ตามลักษณะของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ประเภทที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของมุมมอง ความเชื่อ และประสบการณ์ของคนในชุมชน อันเป็นองค์ความรู้สำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
ขั้นตอนที่ 3 วางแผนพัฒนาตนเอง
นักเรียนสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการสัมภาษณ์ โดยร่วมกันวิเคราะห์ จำแนก และเชื่อมโยงข้อมูลในประเด็นต่าง ๆ จากนั้นร่วมกันจัดทำแผนผังความคิด (FILA Map) เพื่อแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลอย่างเป็นระบบ อันเป็นการส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกัน และการสังเคราะห์องค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
Facts (F) : ที่มาของสภาพปัญหา
จากการศึกษาพบว่าคนในชุมชนส่วนหนึ่งยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา
ความหมาย และลำดับขั้นตอนของพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ในกีฬาวัวชน
ส่งผลให้ภูมิปัญญาและความเชื่อดั้งเดิมอาจถูกละเลยหรือถ่ายทอดได้ไม่ครบถ้วน
Innovation (I) : นวัตกรรมที่ใช้ในการนำเสนอ
การพัฒนานวัตกรรมสื่อการเรียนรู้เพื่อใช้ในการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับที่มา
ความเชื่อ และขั้นตอนของพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับกีฬาวัวชนในชุมชน
โดยมุ่งเน้นการนำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เป็นระบบ
และเหมาะสมกับผู้เรียนและคนในชุมชน
Learning Issues (L) : ประเด็นการเรียนรู้
ประเด็นการเรียนรู้ที่สำคัญ ได้แก่
ประวัติความเป็นมาของกีฬาวัวชน ความเชื่อและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้อง
ลำดับขั้นตอนของพิธีกรรม ตลอดจนคุณค่าและความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น
เพื่อนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการสร้างและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเผยแพร่องค์ความรู้
Action (A) : แผนการดำเนินงาน
กำหนดแผนการดำเนินงานโดยเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์และแหล่งเรียนรู้ในชุมชน
จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้
เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับพิธีกรรมกีฬาวัวชนให้แก่ผู้เรียนและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

ขั้นตอนที่ 4 เรียนรู้ด้วยการลงมือทำจริง
นักเรียนร่วมกันออกแบบและสร้างสรรค์พวงกุญแจที่มีลวดลายเกี่ยวกับวัวชน
โดยในการออกแบบนักเรียนได้ใช้ความสามารถเฉพาะบุคคล ความคิดสร้างสรรค์
และทักษะด้านศิลปะ เพื่อให้ผลงานมีความสวยงาม น่าสนใจ
และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อ รวมทั้งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
นอกจากนี้ นักเรียนยังร่วมกันออกแบบโปสเตอร์แสดงลำดับพิธีการและขั้นตอนต่าง
ๆ ของพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับกีฬาวัวชน โดยมุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นระบบ
ถูกต้องตามองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาและการสัมภาษณ์
ทั้งนี้เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ชุมชนได้อย่างเหมาะสมและเข้าใจง่าย

ขั้นที่ 5 ผู้เรียนประเมินตนเอง
ผู้เรียนดำเนินการประเมินตนเองเกี่ยวกับผลงานหรือผลิตภัณฑ์ที่ตนเองสร้างสรรค์
โดยพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถตอบสนองความต้องการของชุมชนได้มากน้อยเพียงใด
รวมทั้งวิเคราะห์จุดเด่นและจุดที่ควรปรับปรุงแก้ไข ทั้งในด้านรูปแบบ
ประโยชน์ใช้สอย และความเหมาะสมต่อการนำไปเผยแพร่สู่ชุมชน นอกจากนี้
ผู้เรียนยังได้พิจารณาแนวทางการนำผลงานไปเผยแพร่และต่อยอดการใช้ประโยชน์ในชุมชน
เพื่อให้เกิดคุณค่าและประโยชน์สูงสุด
ขั้นที่ 6 คิดต่อยอดองค์ความรู้
นำองค์ความรู้และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการเรียนรู้ไปเผยแพร่สู่ชุมชน
พร้อมทั้งถ่ายทอดขั้นตอนและวิธีการสร้างผลิตภัณฑ์ให้แก่คนในชุมชน
เพื่อส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ร่วมกัน
การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
และการต่อยอดสู่การสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

