เรื่องเล่าจากเตาถ่าน ตำนานสู่ห้องเรียน ข้าวเหนียวปิ้งบ้านหนองยน ปลุกปัญญา สร้างมูลค่าให้ชุมชน
จากเปลวไฟอ่อนๆบนเตาถ่านหน้าบ้านสู่เรื่องเล่าที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น“ข้าวเหนียวปิ้งบ้านหนองยน”ไม่ได้เป็นเพียงอาหารพื้นถิ่นหากคือภาพสะท้อนวิถีชีวิต ภูมิปัญญาและความผูกพันของคนในชุมชนบ้านหนองยนที่ใช้ทรัพยากรใกล้ตัวหล่อเลี้ยงครอบครัวและชุมชนมาอย่างยาวนาน ตำนานจากเตาถ่านเหล่านี้ค่อยๆถูกถักทอเป็นองค์ความรู้ นำเข้าสู่ห้องเรียนเพื่อปลุกปัญญาของเยาวชนให้เห็นคุณค่ารากเหง้าท้องถิ่น พร้อมต่อยอดภูมิปัญญาชาวบ้านให้กลายเป็นพลังสร้างสรรค์ สร้างอาชีพและเพิ่มมูลค่าให้แก่ชุมชน

จากรากเหง้าภูมิปัญญาชุมชนที่ถูกหยิบยกขึ้นสู่ห้องเรียนโรงเรียนบ้านทอนเหรียนได้ต่อยอด“เรื่องเล่าจากเตาถ่าน”สู่กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ "Active Learning" อย่างมีชีวิตชีวาโดย คุณครูสถาพร ปลัดกอง ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา เป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนลงมือคิด ลงมือทำและเรียนรู้จากบริบทจริงของชุมชนบ้านหนองยน ผ่านการตั้งคำถามและการค้นคว้า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านทอนเหรียนไม่ใช่เพียงการรับฟังความรู้แต่เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงที่เชื่อมโยงชีวิตกับบทเรียนอย่างแท้จริง การจัดการเรียนรู้ดังกล่าวอาศัยหลักสูตรท้องถิ่นจังหวัดตรัง ภายใต้กรอบหลักสูตรโครงงานนวัตกรรมชุมชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาครูแกนนำและนักจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาระบบนิเวศทางการเรียนรู้ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แนวคิดและกระบวนการเหล่านี้เกิดจากโอกาสที่ครูสถาพร ปลัดกองได้เข้าร่วมเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต2 ก่อนนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและชุมชน ส่งผลให้ห้องเรียนกลายเป็นพื้นที่บ่มเพาะปัญญา สร้างทักษะชีวิตและจุดประกายการเห็นคุณค่าท้องถิ่นอันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในอนาคต
“โครงงานนวัตกรรมชุมชน”
คือกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่นำปัญหาและศักยภาพของชุมชนมาเป็นฐานของการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนได้ลงมือศึกษา วิเคราะห์และสร้างสรรค์แนวทางพัฒนาชุมชนด้วยความคิดใหม่โดยไม่ตัดขาดจากรากเหง้าท้องถิ่น โครงงานจึงไม่ใช่เพียงชิ้นงานปลายทางแต่เป็นพื้นที่ฝึกคิด ฝึกทำและฝึกแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ผ่านสถานการณ์จริงในชุมชนเช่น "กรณีข้าวเหนียวปิ้งบ้านหนองยน" ที่นักเรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่ที่มา
คุณค่าทางวัฒนธรรม กระบวนการผลิต ตลอดจนการต่อยอดสร้างมูลค่า
ซึ่งหล่อหลอมให้ผู้เรียนเห็นความหมายของการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงชีวิตจริง
"ความสำคัญของโครงงานนวัตกรรมชุมชน"อยู่ที่การพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ ทักษะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21นักเรียนได้ฝึกการคิดเชิงวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร การแก้ปัญหาและการเป็นผู้ประกอบการทางสังคม ขณะเดียวกันชุมชนก็ได้รับประโยชน์จากองค์ความรู้ใหม่ แนวคิดสร้างสรรค์และพลังของเยาวชน ทำให้โรงเรียน ชุมชนและห้องเรียนกลายเป็นระบบนิเวศทางการเรียนรู้ที่เกื้อหนุนกันอย่างแท้จริง โครงงานนวัตกรรมชุมชนยังสามารถบูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนการสอนได้หลากหลายกลุ่มสาระโดยเฉพาะกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาเพื่อศึกษาอัตลักษณ์ชุมชชุมชนประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เศรษฐกิจชุมชนและความเป็นพลเมือง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยผ่านการเขียนเรื่องเล่า การสัมภาษณ์ การเรียบเรียงรายงานและการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ในการคำนวณต้นทุน–กำไร วิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนเชิงเศรษฐกิจ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อศึกษาแปรรูปอาหาร สุขอนามัย บรรจุภัณฑ์และการใช้เทคโนโลยีสร้างมูลค่า กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ การออกแบบผลิตภัณฑ์และแนวคิดผู้ประกอบการ การเรียนรู้ผ่านโครงงานนวัตกรรมชุมชนจึงเป็นมากกว่าการสอนตามเนื้อหาในตำราแต่คือการปลุกศักยภาพผู้เรียนให้เป็น"ผู้เรียนตลอดชีวิต"ที่เข้าใจชุมชน รักท้องถิ่นและสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสร้างคุณค่าให้ตนเองและสังคมได้อย่างยั่งยืน
กระบวนการจัดการเรียนการสอน
6
แผนการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน
การจัดการเรียนการสอนในครั้งนี้ออกแบบบนแนวคิดที่เชื่อว่า การเรียนรู้ที่ดีที่สุดเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนได้ลงมือเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยมีครูทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการ "Community Innovation Project" หรือโครงงานนวัตกรรมชุมชน ซึ่งเชื่อมโยงห้องเรียนเข้ากับชีวิตจริงของชุมชน กระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิด ค้นคว้า ลงมือปฏิบัติและเรียนรู้จาประสบการณ์ตรง โดยยึดบริบทชุมชนเป็นฐานสำคัญ การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางนี้ดำเนินไปอย่างเป็นระบบผ่าน 6 ขั้นตอนของโครงงานนวัตกรรมชุมชนที่ค่อยๆพัฒนาผู้เรียนจากการตั้งคำถาม การเรียนรู้จากของจริงไปจนถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการสะท้อนผลการเรียนรู้ กระบวนการทั้งหมดไม่เพียงช่วยพัฒนาความรู้และทักษะของนักเรียนเท่านั้น แต่ยังปลูกฝังความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกันและความภาคภูมิใจในชุมชน อันเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ที่มีความหมายและยั่งยืน การนำกระบวนการ CIP มาจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านตอนเหรียนโดยใช้ชื่อหน่วยการเรียนรู้ว่า “ชุมชนของฉัน นวัตกรรมของเรา” โดยประกอบไปด้วย 6 แผนดังนี้
แผนที่ 1. ประเมินความคิดของผู้เรียน
คำถามจากครูนักเรียนรู้อะไรบ้าง
1. คุณครูใช้คำถามกระตุ้นนักเรียนเพื่อประเมินความคิดของผู้เรียนเรื่อง
สิ่งแวดล้อมในชุมชนโดยมีคำถามดังนี้
1.1 นักเรียนคิดว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรามีอะไรบ้าง
1.2
ในอำเภอรัษฎานักเรียนพบเห็นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอะไรบ้าง
1.3 สิ่งแวดล้อมในอำเภอรัษฎา ช่วยให้คนในชุมชนประกอบอาชีพใดบ้าง
แผนที่2.
การคิดประเด็นการเรียนรู้จากแรงบันดาลใจ
“แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์:
เปิดประตูสู่รากเหง้าท้องถิ่น”จากเตาถ่านสู่ห้องเรียน
- นักเรียนลงพื้นที่ชุมชนในหมู่บ้านหนองยน เพื่อศึกษาภูมิศาสตร์ สภาพแวดล้อม อาชีพและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านหนองยน เด็กๆบางคนถึงแม้จะอยู่หมู่บ้านใกล้เคียงกันแต่ก็ไม่เคยได้มาศึกษาหรือสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนบ้านหนองยนเลยครูมีนจึงพานักเรียนไปศึกษาอาชีพและภูมิปัญญาชาวบ้านเรื่องการทำข้าวเหนียวปิ้งบ้านหนองยน ซึ่งเป็นขนมที่ชาวบ้านใช้รับประทานคู่กับโกปี่ ซึ่งเป็นอาหารเช้าของชาวบ้านก่อนไปกรีดยางหรือทำสวนนั่นเอง

แผนที่ 3. วางแผนพัฒนาตนเอง
ช่วยกันคิด ต่อเติมชีวิตข้าวเหนียวปิ้งบ้านหนองยน
นักเรียนวิเคราะห์และช่วยกันวางแผนโดยใช้กระบวนการทำ FILA
MAP เพื่อออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
F = Fact ข้อเท็จจริง เป็นที่มาของปัญหาซึ่งนักเรียนทุกคนพบว่า บรรจุภัณฑ์ข้าวเหนียวปิ้งไม่สวยงาม
I = Innovation นวัตกรรม
ที่จะทำอย่างไรให้ให้บรรจุภัณฑ์สวยงาม ทันสมัยและสามารถเพิ่มมูลค่าให้ชุมชน
L = Learning ความรู้และทักษะที่ต้องใช้สร้างนวัตกรรม
A = Action Plan การวางแผนกระบวนการทำงาน

นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา วางแผน และออกแบบแนวคิดนในการสร้างนวัตกรรมผ่านการทำงานกลุ่ม เป็นขั้นตอนการคิดอย่างเป็นระบบเพื่อแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
แผนที่ 4. การจัดการเรียนรู้ลงมือทำ
เรียนรู้จากเตาถ่าน
สืบสานข้าวเหนียวปิ้งบ้านหนองยน
เป็นการจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ บูรณาการรายวิชาสังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ ศิลปะและการงานอาชีพ เพื่อนำไปใช้ในการประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์ ที่จะใช้แก้ปัญหาบรรจุภัณฑ์ไม่สวยงาม โดยอาศัยความร่วมมือของครู 2 ท่าน 1. ครูถิรดา ถานีโกฐ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ 2. ครูรวงทอง ใจกระจ่าง กลุ่มสาระการเรียนรู้คอมพิวเตอร์ มาช่วยเติมเต็มความรู้ให้กับนักเรียน

นักเรียนลงมือทำข้าวเหนียวปิ้งด้วยตัวเอง เรียนรู้การเตรียมข้าว ห่อใบตอง และปิ้งบนเตาถ่าน ผ่านการทำงานร่วมกันอย่างสนุกและมีความหมาย
แผนที่ 5. นักเรียนประเมินตนเอง
มองย้อน สะท้อนตัวตน
ใช้วิธีการถอดบทเรียนเรื่อง จากเตาถ่านสู่ความพอเพียง
ถอดบทเรียนข้าวเหนียวปิ้งบ้านหนองยน
หลังจากที่กระบวนการทำงานแล้วจึงให้นักเรียนประเมินตนเองว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้และลงปฏิบัติในหลักสูตรโครงงานนวัตกรรมชุมชนมีประโยชน์และสอดคล้องกับเป้าหมายเศษฐกิจพอเพียงดังต่อไปนี้
1. ความพอประมาณ นักเรียนได้เรียนรู้การใช้วัสดุอุปกรณ์จากธรรมชาติที่หาได้บริเวรโรงเรียน(ใบตอง)และทำข้าวเหนียวปิ้งในปริมาณที่เหมาะสม
ไม่ฟุ่มเฟือย
2. มีเหตุผล
นักเรียนเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับการใช้ทรัพยากรในชุมชนเช่น เตาถ่าน ใบตอง
ที่หาได้ในชุมชน
3. มีภูมิคุ้มกัน การอนุรักษณ์สูตรดั่งเดิม
ช่วยให้ชุมชนมีรายได้และไม่สูญหายไปตามกาลเวลา
4. มีความรู้ นักเรียนได้รู้จักขั้นตอนการทำข้าวเหนียวแงแบบดั่งเดิมจากผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน
5. คุณธรรมที่ได้รับ นักเรียนได้ฝึกความสามัคคี แบ่งหน้าที่กันทำและรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
แผนที่ 6. คิดต่อยอดองค์ความรู้
ต่อยอด…จากเตาถ่านสู่ชุมชน
การจัดการเรียนรู้เรื่องข้าวเหนียวปิ้งบ้านหนองยน ได้ต่อยอดจากห้องเรียนสู่ชุมชนโดยให้นักเรียนมีส่วนร่วมศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นจากผู้รู้ในชุมชน นักเรียน นำองค์ความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดและเผยแพร่ในรูปแบบสื่อสร้างสรรค์ เพื่อให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าและร่วมอนุรักษ์ การลงมือปฏิบัติช่วยให้นักเรียนตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างพอประมาณ มีเหตุผลและเกิดภูมิคุ้มกัน ชุมชนได้รับประโยชน์จากการสืบสานองค์ความรู้และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชนควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน
