การแปรรูปขี้ยางพาราเป็นหัวเชื้อจุดไฟ (ขี้ไต้ทางเลือก)

วรนุช อิทธิพลจันทร์
วรนุช อิทธิพลจันทร์
7 ผู้ชม

หลักสูตร     โครงการพัฒนาแกนนำครูและนักจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาระบบนิเวศทางการเรียนรู้ 
สำนักงานเขตพื้นที่        การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1
ชื่อ-นามสกุลครู            ว่าที่ร้อยตรีหญิงวรนุช   อิทธิพลจันทร์       โรงเรียน          บ้านสาลี่
รายวิชาที่สอน             วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี                  ระดับชั้น         ประถมศึกษาปีที่  6
ชื่อโครงงาน               การแปรรูปขี้ยางพาราเป็นหัวเชื้อจุดไฟ (ขี้ไต้ทางเลือก)
     รายละเอียดโครงงาน
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน เยาวชนรุ่นใหม่มักมีวิถีชีวิตที่ห่างเหินจากธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น ขณะเดียวกัน ในวิถีชีวิตของชุมชนและครัวเรือน ชุมชนบ้านสาลี่ การประกอบอาหารด้วยเตาถ่านหรือเตาฟืนยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่ปัญหาที่พบเป็นประจำคือความยากลำบากในการจุดไฟให้ติด โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นสูง การใช้ "ขี้ไต้" แบบดั้งเดิมที่ทำจากชันน้ำมันยางนาเริ่มหากยากและมีราคาสูงขึ้น ส่วนการใช้สารเคมีหรือน้ำมันก๊าดก็มีอันตรายและมีกลิ่นฉุนปนเปื้อนในอาหาร
เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกยางพารา และขี้ยางพารามีคุณสมบัติพิเศษคือ ติดไฟง่ายและให้ความร้อนสูง โครงการนี้จึงมีแนวคิดที่จะนำขี้ยางพารามาผสมผสานกับวัสดุเหลือทิ้งในท้องถิ่น เช่น เศษเลื่อย รำข้าว หรือเปลือกผลไม้แห้ง เพื่อแปรรูปเป็น "หัวเชื้อจุดไฟทางเลือก" สำหรับใช้ในครัวเรือน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการซื้อขี้ไต้ตามท้องตลาด แต่ยังเป็นการจัดการขยะเหลือทิ้งทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร และส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในชุมชนอย่างยั่งยืน
ด้วยเหตุนี้จึงได้จัดทำโครงงาน “การแปรรูปขี้ยางพาราเป็นหัวเชื้อจุดไฟ (ขี้ไต้ทางเลือก)” จึงถูกออกแบบขึ้น เพื่อให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้เรียนรู้จากวิถีชีวิตของชุมชนบ้านสาลี่ ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่ทั้งสนุก สร้างสรรค์ และลงมือปฏิบัติได้จริง
ซึ่งการจัดการเรียนการสอนโครงงานนี้ สอดคล้องกับหลักการสำคัญของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในมการจัดการเรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Active Learning) และการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning - PBL) มีการบูรณาการ 5  กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ
 1. กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
• วิทยาศาสตร์กายภาพ (สารรอบตัว): เรียนรู้เรื่อง "การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสาร" (การละลายและการแข็งตัวเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน) และ "การเปลี่ยนแปลงทางเคมี" (การเผาไหม้ที่ทำให้เกิดสารใหม่ เช่น เขม่าควัน)
• เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ/ออกแบบ): การฝึกคิดเป็นขั้นตอน (Algorithm) ในกระบวนการทำขี้ไต้ และการเลือกใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่นมาแก้ปัญหาควันและกลิ่น
2.กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
• อัตราส่วน: การตวงส่วนผสมในชีวิตประจำวันแบบง่าย เช่น อัตราส่วนขี้ยางต่อขี้เลื่อย (เช่น 1 ถ้วย ต่อ 2 ถ้วย)
• การวัดและเวลา: การชั่งน้ำหนักวัตถุดิบเป็นกรัมหรือกิโลกรัม และการจับเวลาเป็นนาทีในการเดือดและการติดไฟ
3. กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
• งานบ้านและงานมืออาชีพ: ทักษะการจัดการงานบ้าน การใช้อุปกรณ์อย่างปลอดภัย และการแปรรูปสิ่งของเหลือใช้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนตามหลักพอเพียง
4.กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
• เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น: การเรียนรู้เรื่อง "รายได้-รายจ่าย" ในครัวเรือน การลดรายจ่ายโดยการทำของใช้เอง และการนำหลัก "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" (3 ห่วง 2 เงื่อนไข) มาประยุกต์ใช้ในการคำนวณความพอประมาณและความมีเหตุผล
5. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
• การฟัง การดู และการพูด: การฝึกจับใจความจากขั้นตอนที่ครูสาธิต และการพูดรายงานอธิบายขั้นตอนการทำงานของกลุ่มตนเองอย่างเป็นลำดับขั้นตอนและเชื่อมโยงกับบริบทชุมชนนำสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้เรียนมาเป็นสื่อการสอน ทำให้การเรียนรู้มีความหมาย ผู้เรียนเห็นคุณค่าของท้องถิ่นตนเอง และผู้เรียนได้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ ออกแบบ ลงมือแก้ปัญหา และสร้างสรรค์ผลผลิต ตามกระบวนการ FILA Mapping
สำหรับการวัดและประเมินผลเพื่อให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ตามสภาพจริง จึงมีการประเมินผล ดังนี้
 • ตรวจใบงาน: ประเมินความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสาร (วิทยาศาสตร์) และการเขียนอัตราส่วน (คณิตศาสตร์)
• สังเกตพฤติกรรม (Rubric): ประเมินทักษะการทำงานเป็นทีม การรับฟังความคิดเห็น และการปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
• ประเมินชิ้นงาน: ความสำเร็จในการอัดก้อนขี้ไต้ทางเลือก (ก้อนแน่น ไม่แตกหัก และจุดไฟได้จริง)



ขั้นที่ 1 ประเมินระดับความคิด

นักเรียนเดินสำรวจพื้นที่ภายในโรงเรียนและภายนอกโรงเรียน 

              


ขั้นที่ 2 กระตุ้นความตระหนัก  แรงบันดาลใจ

นักเรียนบันทึกสิ่งที่สนใจและพบเห็น และคิดประเด็นจากแรงบันดาลใจ



ขั้นที่ 3 วางแผนการพัฒนาตนเองร่วมกัน

นักเรียนทำ FILA MAP

ออกแบบนวัตกรรมที่สนใจ และนำเสนอหน้าชั้นเรียน


ขั้นที่ 4 เรียนรู้ด้วยการลงมือทำ


ลงพื้นที่จริง(สวนยางพารา) เพื่อเก็บวัตถุดิบนำมาทำโครงงาน


ดำเนินกิจกรรมตามที่วางแผนไว้ 





ขั้นที่ 5 ผู้เรียนประเมินตนเอง


การทดสอบและการสรุปผล

ทดสอบการติดไฟ หาจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไข 


                                                             ขั้นที่ 6 ต่อยอดองค์ความรู้

                                                     การสัมภาษณ์นักเรียนจำนวน 2 คน  


                                                                                 สรุปการสัมภาษณ์นักเรียนจำนวน 2 คน

คนที่ 1 ด.ช.ภูริภัสร์   อิ่นมะโน 

1. นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  ทักษะกระบวนการกลุ่ม

2. นักเรียนได้ศึกษาเกี่ยวกับวิถีชีวิตชุมชน  ประโยชน์ของต้นยางพารา

3. นักเรียนคาดว่า ในอนาคตจะสามารถต่อยอดชิ้นงานนี้ให้ดีกว่าเดิม และสามารถนำส่วนต่างๆของยาพารามาเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆได้เพื่อเพิ่มมูลค่าของยาพารา

คนที่ 2 ด.ญ.กมลพรรณ   คำเมืองคุณ

1. ได้เรียนรู้จากสถานที่จริง 

2. ได้ทำงานกลุ่มอย่างมีความสุข

3. ได้นำวัสดุที่เหลือใช้ มาแปรรูปให้เกิดประโยชน์

4. ในอนาคตคาดว่าจะสามารถนำยางพาราไปแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆได้อีกมากมาย

สุขภาพร่างกายแข็งแรง

บทความอื่นๆ