หลักสูตรโครงงานนวัตกรรมจากประสบการณ์โลก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1
ชื่อ-นามสกุลครู
นางสาวจุฑาธิป อามาตย์ โรงเรียนบ้านศรีบุญเรือง
รายวิชาที่สอน วิชา วิทยาศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ชื่อโครงงาน ปลูกสุข ปรุงวิถี ด้วยเด็กดีศรีบุญเรือง
ในยุคปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดิน การปนเปื้อนของสารเคมีในห่วงโซ่อาหาร ตลอดจนสภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบต่อราคาผลผลิตทางการเกษตรและค่าครองชีพปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายนอกเท่านั้น แต่ได้ส่งผ่านผลกระทบเชื่อมโยงเข้ามาสู่ชุมชน สู่ครอบครัว ในวิถีชีวิตประจำวันของนักเรียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 จึงต้องเปลี่ยนผ่านจากการเรียนรู้เฉพาะในตำราไปสู่การจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อบ่มเพาะให้ผู้เรียนมีความตระหนักรู้และมีสมรรถนะในการเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
โรงเรียนบ้านศรีบุญเรืองซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวครูและนักเรียนจึงได้ร่วมกันเปิดโลกการเรียนรู้ผ่านการออกสำรวจบริบทจริงเชิงพื้นที่รอบตัวผู้เรียนพบว่า การบริโภคผักสวนครัวในชีวิตประจำวันยังมีความเสี่ยงสูงจากสารเคมีตกค้างที่มาจากแหล่งผลิตภายนอก ประกอบกับปัญหาหน้าแล้งที่ทำให้ผักในท้องตลาดมีราคาแพงและขาดแคลน จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการเชื่อมโยงปัญหาโลกสู่ปัญหาเรา
ห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จึงได้ขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ผ่านโครงงานนวัตกรรม "ปลูกสุข ปรุงวิถี ด้วยเด็กดีศรีบุญเรือง" โดยการนำ "การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics)" ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ที่ปลูกพืชในน้ำผสมสารละลายธาตุอาหารแทนการใช้ดิน มาเป็นเครื่องมือในการสืบเสาะและแก้ปัญหา การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เป็นเจ้าของการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเองในทุกขั้นตอน การแสวงหาความรู้เชิงลึกในการบูรณาความรู้ในกลุ่มสาระของการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อนำมาออกแบบสร้างสรรค์นวัตกรรมให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป
นวัตกรรมนี้เป็นกระบวนการตกผลึกความรู้และการถอดบทเรียน
ที่เกิดจากตัวผู้เรียนได้ลงมือทำด้วยตนเอง
ได้เผชิญกับอุปสรรคและลองผิดลองถูกในแปลงปลูกจริง
ทำให้นักเรียนสามารถสรุปและเปลี่ยนผ่านความรู้ในตำราให้ออกมาเป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้เป็น "ชุดปลูกผักไฮโดรโปนิกส์"
ที่เหมาะสำหรับผู้ต้องการ ผลผลิตผักปลอดสารพิษเพื่อบริโภคในครัวเรือน
ตลอดจนการสร้างรายได้และการต่อยอดเชิงพาณิชย์ นวัตกรรมจากห้องเรียนเล็กๆ แห่งนี้ ถือเป็นการเชื่อมโยงความรู้ระดับสากลมาสู่การปฏิบัติจริงในท้องถิ่น
ช่วยบ่มเพาะให้นักเรียนโรงเรียนบ้านศรีบุญเรืองไม่เพียงแต่มีความรอบรู้ทางวิชาการ
แต่ยังเพียบพร้อมด้วยทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และการเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วม
ที่พร้อมจะนำองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ตนเองสร้างสรรค์ขึ้นไปยกระดับคุณภาพชีวิต
ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง และขับเคลื่อนชุมชนบ้านเกิดให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
ขั้นที่ 1การประเมินระดับความคิด
กิจกรรม "เปิดวงคุย ชวนคิด"
วิธีการดำเนินกิจกรรม
- การจัดบรรยากาศห้องเรียนให้ผ่อนคลายและใช้การสนทนาถาม-ตอบ
เพื่อประเมินความรู้พื้นฐานและทักษะการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนผ่านคำถามปลายเปิด
- กิจกรรมความคิดสร้างสรรค์ โดยให้นักเรียนนำเส้นโค้งจากโจทย์ที่กำหนดให้มาสร้างภาพตามจินตนาการที่ไม่เหมือน ใคร ภายใน 5 นาที และร่วมกันสรุปความหลากหลายทางความคิด และความคิดสร้างสรรค์ ใช้การประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพื่อน ครูประเมินนักเรียน สรุปความรู้ที่ได้
- ครูรับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สังเกตการมีส่วนร่วม และประเมินระดับความเข้าใจของนักเรียนจากคำตอบ เพื่อเตรียมเชื่อมโยงประเด็นเข้าสู่การตั้งคำถามในขั้นต่อไป


ขั้นที่
2 กระตุ้น ความตระหนัก แรงบันดาลใจ
กิจกรรม "นักสำรวจน้อยลงพื้นที่ ถอดรหัสปัญหาชุมชนรอบโรงเรียน"
วิธีการดำเนินกิจกรรม
- นักเรียนลงพื้นที่เดินสำรวจบริเวณโรงเรียนบ้านศรีบุญเรือง
ชุมชนรอบข้าง และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสังเกตสภาพแวดล้อม วิถีชีวิต
และเรียนรู้บริบทจากสถานที่จริง
- นักเรียนร่วมกันค้นหา
สังเกต และจดบันทึกข้อจำกัดหรือความท้าทายที่พบในชุมชน เช่น
บริเวณที่ไม่มีพื้นดินสำหรับปลูกพืช พื้นที่รกร้าง ลานปูน
หรือการที่
ชาวบ้านต้องพึ่งพาการซื้อผักจากตลาดภายนอกที่มีความเสี่ยงเรื่องสารเคมีตกค้าง
- นักเรียนนำข้อมูล
สิ่งที่จดบันทึกจากการสำรวจพื้นที่จริงกลับมาแชร์และอภิปรายสะท้อนความคิดร่วมกันในห้องเรียนเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลที่แต่ละกลุ่มค้นพบ
- ครูใช้คำถามกระตุ้นการคิดเชื่อมโยง (Force Connection) เพื่อประเมินระดับการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนก่อนเริ่มโครงงาน
สรุปหัวข้อปัญหาที่พบร่วมกันเพื่อกำหนดเป็นคอนเซปต์โครงงานที่สอดคล้องกับสิ่งที่นักเรียนสนใจและบริบทของผู้เรียน สรุปหัวข้อได้เป็น“การออกแบบชุดปลูกผักไฮโดรโปนิกส์"


ขั้นที่
3
วางแผน การพัฒนาตนเองร่วมกัน
กิจกรรม
"กางแผน FILA
ถอดสูตรไฮโดรโปนิกส์"
วิธีการดำเนินกิจกรรม
- นักเรียนแบ่งกลุ่มและร่วมกันทำ FILA Mapping เพื่อวางแผนเชิงลึก
F (Fact) รวบรวมข้อเท็จจริง เช่น ผักสลัดโตได้ดีในน้ำ, ปุ๋ย AB
คือสารละลายธาตุอาหารหลักและรองที่จำเป็น, พื้นที่เป้าหมายมีแดดส่องกี่ชั่วโมง
I (Innovation)
ออกแบบไอเดียนวัตกรรม ชุดปลูกน้ำนิ่งจากกล่องโฟม
L (Learning
Issue) ตั้งประเด็นที่ต้องไปศึกษาเพิ่มเติม
(เชื่อมโยงหลักสูตรวิทยาศาสตร์) เช่น วิธีการวัดและควบคุมค่า pH/EC ของน้ำ, อัตราส่วนผสมปุ๋ย AB, และสายพันธุ์ผักที่โตไว
A (Action Plan) เขียนปฏิทินงาน (ใครทำหน้าที่จัดหาอุปกรณ์, ใครเพาะเมล็ด, ใครผสมปุ๋ย)

- การออกแบบนวัตกรรมชุดปลูกผักน้ำนิ่งลงบนกระดาษชาร์ต:
นักเรียนแต่ละกลุ่มนำไอเดียจากข้อ I (Innovation) มาทำให้เป็นรูปธรรม โดยร่วมกันระดมสมอและ วาดภาพร่าง (Sketch) แบบจำลองชุดปลูกผักน้ำนิ่งลงบนกระดาษชาร์ตแผ่นใหญ่
นักเรียนวาดโครงสร้างพร้อมชี้แจงรายละเอียดในกระดาษชาร์ตให้ชัดเจน เช่น การกะระยะเจาะรูฝากล่องโฟม ระดับความลึกของน้ำผสมปุ๋ย AB ช่องว่างอากาศสำหรับให้รากพืชหายใจ และการตกแต่งชิ้นงาน

ขั้นที่
4
เรียนรู้ด้วยการลงมือทำ
กิจกรรม
"ลุยแปลง แปลงร่างนวัตกรรม"
วิธีการดำเนินกิจกรรม
เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เชิญเกษตรกรผู้เชี่ยวชาญด้านไฮโดรโปนิกส์ โดยได้รับการอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงโครงการหลวงโป่งคำ เกษตรกรในโครงการหลวง มาให้ความรู้เรื่องการเพาะกล้า ปลูกอนุบาลต้นอ่อน การดูแลตรวจสอบโรครากเน่าและการปรับค่าน้ำ
วางแผนขั้นตอนการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ลงในกล่องโฟม

สร้างสรรค์นวัตกรรม ลงมือประกอบชุดปลูกจริง เพาะเมล็ดผักลงฟองน้ำ ย้ายลงระบบน้ำ และผสมปุ๋ย AB และบันทึกผลการเจริญเติบโต


ขั้นที่ 5 ผู้เรียนประเมินตนเอง
กิจกรรม "ถอดบทเรียนนวัตกรรม"
วิธีการดำเนินกิจกรรม
เมื่อครบกำหนด 40-45 วัน นักเรียนเก็บเกี่ยวผลผลิต บรรจุใส่ถุงจัดจำหน่าย โดยประชาสัมพันธ์
ออนไลน์
รับคำสั่งซื้อ และนำจัดส่งให้ผู้ซื้อด้วยตัวเอง
ประเมินตนเอง: นักเรียนสะท้อนคิดว่า "ผักที่ได้มีปริมาณและคุณภาพคุ้มค่ากับต้นทุนหรือไม่?" และวิเคราะห์จุดบกพร่อง (ปัญหาที่เจอ ปัญหาน้ำร้อนเกินไปในตอนกลางวันทำให้ผักขม กล่องโฟมปลูกเกิดรอยรั่ว ทำให้น้ำปุ๋ยรั่วซึมออกมาจากตัวกล่องโฟม)
เชิญผู้เชี่ยวชาญและครูร่วมประเมินผลงาน เพื่อให้นักเรียนนำคำแนะนำมาปรับปรุงระบบกล่องปลูกและการควบคุมปุ๋ยให้เสถียรขึ้น
